หลังจากที่รัฐบาลได้เคาะมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่เปิดฉากโครงการต่อยอดความสำเร็จอย่าง “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เป็นที่เรียบร้อยแล้ว เชื่อว่าตอนนี้หลายคนคงกดรับสิทธิและเติมเงินเข้าแอปพลิเคชัน “เป๋าตัง” พร้อมออกไปสแกนช้อปปิ้งกันแล้ว
แต่ปัญหาใหญ่ที่ตามมาและทำเอาหลายคนยืนเกาหัวคือ “การคำนวณเงินไทยช่วยไทยพลัส 60/40” เพราะรอบนี้รัฐบาลใจดีขยับสัดส่วนเปลี่ยนจากสูตรคนละครึ่ง เดิมที่เคยช่วยจ่ายครึ่งๆ (50/50) มาเป็นสูตรใหม่ “รัฐช่วยจ่าย 60% และประชาชนร่วมจ่ายเอง 40%” เพื่อไม่ให้ทุกคนสับสนเวลาสแกนจ่ายเงิน วันนี้เราจะมาแจกสูตรวิธีคำนวณแบบเข้าใจง่าย พร้อมยกตัวอย่างให้เห็นภาพชัดๆ ว่าซื้อของราคานี้ เราต้องจ่ายจริงกี่บาท และรัฐช่วยสมทบกี่บาท
อ่านบทความก่อนหน้า เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ปี 2569 ใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง
- ทำความเข้าใจกฎเหล็ก “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนคำนวณ
- แจกสูตรคำนวณไทยช่วยไทยพลัสง่ายๆ คิดในใจได้ทันที
- มัดรวม 3 สถานการณ์จำลอง ช้อปเท่าไหร่…จ่ายจริงกี่บาท?
- อยากใช้สิทธิรัฐให้หมด 1,000 บาทต่อเดือน ต้องเตรียมเงินตัวเองเท่าไหร่?
- คำนวณสิทธิรัฐคุ้มแล้ว มาคำนวณ “ฟินนิกซ์ คอยน์” (FINNIX Coin) ต่อ เพิ่มความคุ้มค่าให้ชีวิตการเงิน
ทำความเข้าใจกฎเหล็ก “ไทยช่วยไทยพลัส 60/40” ก่อนคำนวณ
ก่อนจะไปดูสูตรคิดเงิน เรามาทวนเพดานวงเงินสิทธิที่รัฐบาลกำหนดไว้ในโครงการนี้กันก่อน
- วงเงินรวมตลอดโครงการ ได้รับคนละ 4,000 บาท (ระยะเวลา 4 เดือน ตั้งแต่ 1 มิ.ย. – 30 ก.ย. 2569)
- จำกัดวงเงินรายเดือน ใช้สิทธิของรัฐได้สูงสุดไม่เกิน 1,000 บาทต่อเดือน (ตัดยอดทุกสิ้นเดือน ไม่สามารถสะสมข้ามเดือนได้))
- จำกัดวงเงินรายวัน รัฐช่วยจ่ายสูงสุดไม่เกิน 200 บาทต่อวัน
แจกสูตรคำนวณไทยช่วยไทยพลัสง่ายๆ คิดในใจได้ทันที

หลักการแบ่งสัดส่วนโครงการ ไทยช่วยไทยพลัส 60/40 จะคิดจาก “ราคาสินค้าเต็ม” เสมอ โดยแบ่งวิธีการคิดออกเป็น 2 ส่วนดังนี้
- สูตรคำนวณเงินส่วนที่เราต้องจ่ายเอง (40%)
ราคาสินค้าเต็ม × 0.40 = จำนวนเงินที่เราต้องจ่าย
- สูตรคำนวณเงินส่วนที่รัฐช่วยออกให้ (60%)
ราคาสินค้าเต็ม × 0.60 = จำนวนเงินที่รัฐช่วยจ่าย
เทคนิคคิดส่วนตัวแบบเร็วๆ: จำง่ายๆ ว่าถ้าซื้อของราคาเต็มยอดรวมเท่าไหร่ เงินที่เราต้องควักกระเป๋าจ่ายเองจะต้องน้อยกว่าครึ่งหนึ่งของราคาสินค้าเสมอ
มัดรวม 3 สถานการณ์จำลอง ช้อปเท่าไหร่…จ่ายจริงกี่บาท?
เพื่อให้เห็นภาพการทำงานของระบบแอปเป๋าตังและยอดเงินที่แท้จริง เรามาดูตัวอย่างการซื้อสินค้าในชีวิตประจำวันกันครับ
กรณีที่ 1: ซื้อของยอดเล็กๆ (ไม่เกินเพดานต่อวัน)
สมมติว่าคุณแวะซื้อข้าวกล่องและเครื่องดื่มที่ร้านค้าโชห่วย ยอดรวมทั้งหมด 150 บาท
- วิธีคิดเงินที่เราจ่าย (40%): 150 × 0.40 = 60 บาท
- วิธีคิดเงินที่รัฐช่วย (60%): 150 × 0.60 = 90 บาท
- สรุป: วันนั้นคุณจะโดนหักเงินใน G-Wallet ไปเพียง 60 บาท และรัฐบาลจ่ายสมทบให้ 90 บาท (สิทธิรายวันเหลือให้ใช้ต่อได้อีก 110 บาท เพราะยังไม่เกินโควตา 200 บาท)
กรณีที่ 2: ช้อปของชิ้นใหญ่ ยอดสูงจนชนเพดานรัฐช่วยสูงสุดพอดี (สูตรสุดคุ้มประจำวัน)
หากคุณต้องการใช้สิทธิที่รัฐช่วยสูงสุดต่อวันคือ 200 บาทให้คุ้มค่าที่สุด ยอดรวมสินค้าที่คุณต้องซื้อในวันนั้นจะต้องอยู่ที่ 333.33 บาท (ปัดเศษกลมๆ คือ 333 หรือ 334 บาท)
- หากซื้อสินค้ายอดรวม 333 บาท:
- รัฐช่วยจ่ายสูงสุด 60%: 333 × 0.60 = 200 บาท (ชนเพดานสิทธิรายวันพอดี)
- เราจ่ายเอง 40%: 333 – 200 = 133 บาท
- สรุป: ยอดช้อปประมาณ 333 บาทต่อวัน คือจุดที่คุ้มที่สุดในการดึงสิทธิรัฐ 200 บาทออกมาใช้ในวันนั้นๆ โดยที่เราเติมเงินตัวเองเข้าไปร่วมจ่ายแค่ 133 บาทเท่านั้น
กรณีที่ 3: ซื้อของจัดเต็ม ยอดรวมเกินเพดานที่รัฐกำหนด
สมมติว่าคุณไปซื้อของใช้ในบ้านชุดใหญ่ที่ร้านค้าชุมชน ยอดรวมทั้งหมด 500 บาท
- วิธีคิดเงินที่รัฐช่วย: เนื่องจากสิทธิรายวันจำกัดที่ 200 บาทต่อวัน แม้ว่า 60% ของ 500 บาท จะเท่ากับ 300 บาท แต่ระบบจะตัดและ อนุมัติให้รัฐช่วยจ่ายได้สูงสุดแค่ 200 บาทเท่านั้น
- วิธีคิดเงินที่เราต้องจ่าย: นำราคาสินค้าเต็ม หักลบด้วยสิทธิสูงสุดที่รัฐช่วย -> 500 – 200 = 300 บาท
- สรุป: ในกรณีที่ซื้อของยอดสูงเกินเพดาน เงินส่วนต่างที่เกินมาทั้งหมดเราจะต้องเป็นคนรับผิดชอบเอง ดังนั้นในวันนั้นเราจะต้องจ่ายเงินเอง 300 บาท และโควตารัฐบาลจะตัดไป 200 บาทเต็มจำนวน
อ่านบทความเพิ่มเติม ลงทะเบียนว่างงานออนไลน์ทำอย่างไร ได้เงินเท่าไหร่
อยากใช้สิทธิรัฐให้หมด 1,000 บาทต่อเดือน ต้องเตรียมเงินตัวเองเท่าไหร่?
สำหรับสายวางแผนการเงิน หากคุณตั้งเป้าว่าจะใช้เงินสนับสนุนจากโครงการไทยช่วยไทยพลัส 60/ 40 ที่รัฐให้มา 1,000 บาทต่อเดือนให้หมดเกลี้ยง เพื่อความคุ้มค่าสูงสุด คุณต้องเตรียมเงินส่วนตัวโอนเข้าแอปเป๋าตังไว้ร่วมจ่ายตลอดทั้งเดือนอยู่ที่ ประมาณ 667 บาท นั่นหมายความว่า ใน 1 เดือน ยอดการจับจ่ายซื้อสินค้าสะสมร่วมกับโครงการของคุณจะรวมอยู่ที่ประมาณ 1,667 บาท (มาจากเงินรัฐ 1,000 บาท + เงินส่วนตัวของคุณ 667 บาท) ซึ่งถือว่าช่วยประหยัดค่าครองชีพในกระเป๋าไปได้โขเลยทีเดียว
ก่อนออกไปช้อปปิ้งทุกครั้ง อย่าลืมเช็กยอดเงินคงเหลือใน G-Wallet และคำนวณราคาสินค้าคร่าวๆ ตามสูตรข้างต้น เพื่อที่จะได้วางแผนเติมเงินและใช้สิทธิได้อย่างคุ้มค่าและไม่ติดขัด
คำนวณสิทธิรัฐคุ้มแล้ว มาคำนวณ “ฟินนิกซ์ คอยน์” (FINNIX Coin) ต่อ เพิ่มความคุ้มค่าให้ชีวิตการเงิน

หลังจากวางแผนคำนวณสิทธิในโครงการไทยช่วยไทยพลัสกันไปแล้ว สำหรับใครที่เป็นลูกค้าแอปพลิเคชันเงินกู้ถูกกฎหมายอย่างฟินนิกซ์ (FINNIX) รู้หรือไม่ว่า คุณสามารถสร้างความคุ้มค่าแบบต่อที่สองด้วยการคำนวณและสะสม “ฟินนิกซ์ คอยน์” ฟีเจอร์เด็ดที่ออกแบบมาเพื่อตอบแทน “คนทำมาหากินที่มีวินัยทางการเงินและรักษาเครดิตดี” ให้ได้สิทธิประโยชน์สูงสุด
เงื่อนไขง่ายๆในการรับฟินนิกซ์คอยน์ (FINNIX coin)
“ได้รับ 1 ฟินนิกซ์คอยน์ ทุกๆ การชำระดอกเบี้ย 1 บาท” กติกานั้นตรงไปตรงมามาก เพียงแค่คุณจ่ายชำระสินเชื่อตรงเวลา หรือจ่ายก่อนวันครบกำหนด (และช้าได้ไม่เกิน 3 วันหลังวันครบกำหนดชำระ) ระบบจะคำนวณคอยน์ให้คุณทันที
สูตรคำนวณเพื่อรับผลประโยชน์สูงสุด
การจะดึงประโยชน์จากฟินนิกซ์คอยน์ออกมาได้สูงสุด ไม่ใช่แค่การจ่ายตรงเวลาเท่านั้น แต่คือการ “วางแผนนำคอยน์ไปแลกสิทธิพิเศษ” ที่ช่วยลดต้นทุนในชีวิตจริงได้อย่างคุ้มค่า ซึ่งคอยน์ที่สะสมไว้สามารถนำไปแลกเป็น
- ส่วนลดดอกเบี้ย เพื่อช่วยประหยัดเงินในงวดถัดไป (282 ฟินนิกซ์คอยน์=ส่วนลดดอกเบี้ย 1 บาท)
- การขอวงเงินเพิ่มชั่วคราว เพิ่มสภาพคล่องในยามฉุกเฉินโดยไม่ต้องสมัครใหม่ (1 ฟินนิกซ์คอยน์ = สิทธิแลกวงเงินชั่วคราวเพิ่ม 1 บาท)
ตัวอย่างการคำนวณ
สมมติว่ายอด 8,000 บาทที่คุณกดจ่ายนั้น แบ่งสัดส่วนภายในระบบเป็น เงินต้น 7,200 บาท และมีดอกเบี้ยอยู่ในนั้น 800 บาท
- หลักการคิดคอยน์: ระบบจะเลือกคำนวณคะแนนเฉพาะจากยอดดอกเบี้ย 800 บาทเท่านั้น (ไม่รวมฝั่งเงินต้น)
- ผลลัพธ์: เมื่อคุณจ่ายตรงเวลา คุณจะได้รับ 800 ฟินนิกซ์คอยน์ ไปสะสมเพื่อใช้งานต่อ
สำหรับใครที่ยังไม่มีแอป หากคุณต้องการวงเงินสำรองไว้เติมพลังให้ชีวิต ควบคู่ไปกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐ สามารถดาวน์โหลดแอปฟินนิกซ์ (FINNIX) สินเชื่อนาโนถูกกฎหมาย อนุมัติไวสุดใน 5 วิ ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน ได้ตลอด 24 ชั่วโมง คลิก ดาวน์โหลดเลย
(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)
