10 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ไว้ก่อนตกเป็นเหยื่อ ปี 2569

มิจฉาชีพ
4 สิงหาคม 2569

มิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหลอกลวงหน้าตรง แต่แฝงตัวมาในรูปแบบข้อความ ลิงก์ โปรไฟล์ปลอม และแม้แต่เสียงโทรศัพท์ที่ฟังดูน่าเชื่อถือ ทำให้ทุกคนมีโอกาสตกเป็นเหยื่อได้ไม่ว่าจะระมัดระวังแค่ไหน บทความนี้รวบรวม 10 รูปแบบกลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ที่พบบ่อยที่สุด พร้อม 5 วิธีเช็กเบอร์แปลกและคำตอบข้อสงสัยยอดฮิต เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองก่อนสายเกินแก้

10 รูปแบบกลโกงออนไลน์ ให้โอนเงินที่พบได้บ่อยที่สุด

มิจฉาชีพออนไลน์พัฒนากลยุทธ์การหลอกลวงอยู่ตลอดเวลา ปรับเปลี่ยนรูปแบบให้เข้ากับกระแสสังคมและความเชื่อของแต่ละช่วงเวลา ตั้งแต่การชักชวนลงทุนผลตอบแทนสูง ไปจนถึงการปลอมตัวเป็นคนใกล้ชิดเพื่อขอยืมเงิน ต่อไปนี้คือกลโกงมิจฉาชีพที่พบรายงานความเสียหายมากที่สุดในปัจจุบัน พร้อมคำอธิบายและตัวอย่างสถานการณ์จริงของแต่ละรูปแบบ

1. หลอกลงทุนผลตอบแทนสูง

มิจฉาชีพจะสร้างเพจหรือโปรไฟล์ปลอมอ้างเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการเงิน พร้อมโชว์ผลกำไรย้อนหลังที่ดูน่าเชื่อถือเพื่อชักชวนให้ร่วมลงทุน ในช่วงแรกเหยื่อมักจะได้กำไรจริงเป็นก้อนเล็กๆ เพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนจะชักชวนให้ลงทุนเงินก้อนใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ จนสุดท้ายไม่สามารถถอนเงินออกมาได้และผู้ดูแลเพจหายตัวไปทันที ตัวอย่างเช่น กลุ่มไลน์ที่มีการปลอมภาพหน้าจอกำไรและใช้บัญชีม้าเป็นตัวแทนรับโอนเงินจากเหยื่อหลายราย

2. หลอกซื้อขายสินค้าออนไลน์

คนร้ายจะสร้างเพจขายสินค้าราคาถูกผิดปกติ เช่น มือถือ กระเป๋าแบรนด์เนม หรือสินค้าลดราคาช่วงเทศกาล เพื่อกระตุ้นให้เหยื่อโอนเงินก่อนได้รับสินค้า เมื่อโอนเงินแล้วมักจะบล็อกช่องทางติดต่อทันทีหรือส่งของปลอมมาให้ ปัจจุบันกลโกงลักษณะนี้ยังคงเป็นรูปแบบการโกงออนไลน์ที่มีรายงานความเสียหายมากที่สุดในแต่ละสัปดาห์ตามสถิติของศูนย์ต่อต้านการฉ้อโกงออนไลน์ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือเลือกซื้อผ่านแพลตฟอร์มที่มีระบบชำระเงินปลายทางหรือระบบคุ้มครองผู้ซื้อเท่านั้น

3. หลอกให้กู้เงินผ่านแอปเงินกู้เถื่อน

มิจฉาชีพออนไลน์

มิจฉาชีพจะโฆษณาแอปพลิเคชันกู้เงินดอกเบี้ยต่ำ ผ่าน SMS หรือโฆษณาบนโซเชียลมีเดีย เมื่อเหยื่อดาวน์โหลดแอปและกรอกข้อมูลส่วนตัวแล้ว มักจะถูกเรียกเก็บ “ค่าธรรมเนียมล่วงหน้า” ก่อนได้รับเงินกู้ ซึ่งในความเป็นจริงไม่มีเงินกู้ก้อนใดโอนมาให้เลย นอกจากนี้แอปเงินกู้เถื่อนบางรายยังขอสิทธิ์เข้าถึงรายชื่อผู้ติดต่อในเครื่องเพื่อใช้ข่มขู่ทวงหนี้ในภายหลัง จึงควรเลือกใช้บริการสินเชื่อจากผู้ให้บริการที่มีใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมายเท่านั้น

4. หลอกให้ทำงานออนไลน์ รับค่าคอมมิชชัน

ชักชวนผ่านข้อความหรือโฆษณาให้ทำภารกิจง่ายๆ เช่น กดไลก์ กดติดตาม หรือรีวิวสินค้า โดยอ้างว่าจะได้ค่าตอบแทนทันที ในช่วงแรกเหยื่อจะได้รับเงินจริงจำนวนเล็กน้อยเพื่อสร้างความเชื่อใจ ก่อนจะถูกชักชวนให้ “สำรองเงิน” เพื่อทำภารกิจที่ได้ค่าคอมมิชชันสูงขึ้น ซึ่งเมื่อโอนเงินสำรองไปแล้วจะไม่สามารถถอนเงินคืนได้อีกเลย ตัวอย่างเช่น แก๊งหลอกทำงานผ่าน Telegram ที่ให้เหยื่อกดรีวิวโรงแรมปลอมแล้วค่อย ๆ เพิ่มยอดเงินสำรองจนสูญเงินหลักหมื่นถึงหลักแสนบาท

5. หลอกให้รู้สึกดี ก่อนอ้างเหตุฉุกเฉิน

มิจฉาชีพจะสร้างโปรไฟล์ปลอมที่ดูดีบนแอปหาคู่หรือโซเชียลมีเดีย ทำความรู้จักและสร้างความสัมพันธ์กับเหยื่อเป็นเวลานานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือนเพื่อสร้างความไว้ใจ ก่อนจะอ้างเหตุฉุกเฉิน เช่น ญาติป่วยหนัก ธุรกิจมีปัญหา หรือถูกกักตัวที่สนามบิน เพื่อขอให้เหยื่อโอนเงินช่วยเหลือ กลโกงนี้มักใช้เวลานานและอาศัยความผูกพันทางอารมณ์เป็นเครื่องมือหลัก ทำให้เหยื่อจำนวนมากสูญเงินซ้ำหลายครั้งโดยไม่ทันรู้ตัวว่ากำลังถูกหลอก

6. แอบอ้างเป็นหน่วยงานราชการหรือคอลเซ็นเตอร์

หลอกลวง

คนร้ายจะโทรศัพท์หรือส่งข้อความแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร หรือกรมสรรพากร แจ้งว่าเหยื่อพัวพันกับคดีความหรือมีหนี้ภาษีค้างชำระ เพื่อสร้างความตกใจและเร่งรัดให้โอนเงินตรวจสอบภายในเวลาอันสั้น รูปแบบนี้ยังคงเป็นหนึ่งในกลโกงออนไลน์ที่สร้างความเสียหายสูงสุดในภาพรวม เนื่องจากใช้ความกลัวเป็นแรงกดดันหลักและมักตัดขาดเหยื่อจากการปรึกษาคนรอบข้างระหว่างสนทนา

7. หลอกให้เป็นบัญชีม้ารับโอนเงิน

มิจฉาชีพจะชักชวนให้เหยื่อเปิดบัญชีธนาคารใหม่หรือให้ยืมบัญชีเดิมเพื่อรับโอนเงิน แลกกับค่าตอบแทนรายเดือน โดยอ้างว่าเป็นบัญชีรับเงินจากธุรกิจถูกกฎหมาย แต่ในความเป็นจริงบัญชีเหล่านี้ถูกใช้เป็นทางผ่านของเงินที่ได้จากการหลอกลวงเหยื่อรายอื่น หากถูกจับได้ เจ้าของบัญชีอาจต้องร่วมรับผิดทางกฎหมายฐานฟอกเงินแม้จะอ้างว่าไม่รู้เห็นก็ตาม จึงไม่ควรให้ยืมบัญชีธนาคารหรือเปิดบัญชีให้บุคคลอื่นใช้งานเด็ดขาด

8. แฮกโซเชียลมีเดียขอยืมเงินเพื่อน

คนร้ายจะแฮกหรือปลอมบัญชี Facebook, Line ของคนที่เหยื่อรู้จัก แล้วส่งข้อความขอยืมเงินด่วนโดยอ้างเหตุฉุกเฉิน เช่น อุบัติเหตุหรือของหาย เนื่องจากข้อความมาจากบัญชีคนคุ้นเคย เหยื่อจึงมักโอนเงินให้ทันทีโดยไม่ทันตรวจสอบ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือโทรศัพท์คุยสดกับเจ้าของบัญชีตัวจริงก่อนโอนเงินทุกครั้ง เพราะข้อความในแชทสามารถปลอมแปลงหรือถูกแฮกได้ง่ายกว่าที่คิด

9. ส่ง SMS หรือลิงก์ฟิชชิ่งขอข้อมูลส่วนตัว

มิจฉาชีพจะส่ง SMS หรืออีเมลปลอมที่มีลิงก์คล้ายเว็บไซต์ธนาคารหรือหน่วยงานราชการ หลอกให้กรอกข้อมูลส่วนตัว เลขบัตรประชาชน รหัสผ่าน หรือ OTP เพื่อนำไปใช้เข้าถึงบัญชีธนาคารหรือแอปพลิเคชันทางการเงินของเหยื่อ บางกรณีลิงก์ปลอมยังแฝงมัลแวร์ที่ติดตั้งลงในเครื่องโดยอัตโนมัติเมื่อกดเข้าไป ทำให้คนร้ายสามารถควบคุมหน้าจอมือถือและโอนเงินออกจากบัญชีได้โดยตรง ควรตรวจสอบ URL ให้ละเอียดทุกครั้งและไม่กรอกข้อมูลสำคัญผ่านลิงก์ที่ได้รับทาง SMS เด็ดขาด

10. หลอกให้กดรับรางวัลหรือประมูลทิพย์

แจ้งว่าเหยื่อถูกรางวัลหรือชนะการประมูลสินค้าราคาถูกโดยไม่ได้สมัครล่วงหน้า แล้วหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียมหรือค่าจัดส่งก่อนได้รับของรางวัล ซึ่งเมื่อโอนเงินไปแล้วมักจะมีข้ออ้างให้โอนเพิ่มอีกหลายรอบ เช่น อ้างว่าเอกสารผิดพลาดหรือต้องชำระภาษีนำเข้าเพิ่มเติม ก่อนที่เพจหรือบัญชีผู้ขายจะปิดหนีไปในที่สุด รูปแบบนี้มักระบาดหนักในช่วงเทศกาลเนื่องจากผู้คนมีความต้องการซื้อของขวัญราคาประหยัดมากขึ้น

5 วิธีเช็กเบอร์แปลก เพื่อป้องกันมิจฉาชีพ

กลโกงมิจฉาชีพ

การตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ก่อนรับสายหรือโทรกลับเป็นด่านแรกที่ช่วยป้องกันมิจฉาชีพได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะเบอร์ต้องสงสัยส่วนใหญ่มักถูกรายงานจากผู้เสียหายรายอื่นมาก่อนแล้ว ต่อไปนี้คือวิธีเช็กเบอร์แปลกที่ทำได้ง่ายและรวดเร็ว

1. ใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบเบอร์ต้องสงสัย

แอปอย่าง Whoscall สามารถแจ้งเตือนทันทีเมื่อมีสายเรียกเข้าจากเบอร์ที่เคยถูกรายงานว่าเป็นมิจฉาชีพหรือคอลเซ็นเตอร์ โดยระบบจะแสดงชื่อหรือประเภทของเบอร์นั้นบนหน้าจอโทรศัพท์ก่อนที่จะตัดสินใจรับสาย ช่วยลดความเสี่ยงในการรับสายจากมิจฉาชีพได้อย่างมาก โดยเฉพาะเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วยรหัสประเทศแปลก ๆ ซึ่งมักเป็นเบอร์จากขบวนการหลอกลวงข้ามประเทศ

2. ค้นหาเบอร์โทรศัพท์ผ่าน Google

เพียงพิมพ์หมายเลขโทรศัพท์ลงในช่องค้นหา Google ก็มักจะพบรายงานหรือกระทู้จากผู้ที่เคยได้รับสายจากเบอร์เดียวกัน หากพบว่ามีผู้แจ้งเตือนว่าเป็นเบอร์หลอกลวงหรือคอลเซ็นเตอร์ปลอมจำนวนมาก ควรหลีกเลี่ยงการรับสายหรือโทรกลับไปยังเบอร์นั้นทันที วิธีนี้ใช้เวลาไม่ถึงหนึ่งนาทีแต่ช่วยยืนยันความน่าเชื่อถือได้ในระดับหนึ่ง

3. แจ้งตรวจสอบกับเครือข่ายมือถือโดยตรง

คุณสามารถแจ้งเบอร์โทรศัพท์มิจฉาชีพกับเครือข่ายมือถือที่ใช้งานได้ทันทีหลังวางสาย โดยแต่ละค่ายมีบริการเฉพาะดังนี้

  • ผู้ใช้ AIS สามารถแจ้งเบอร์ต้องสงสัยได้ที่สายด่วน *1185#
  • ผู้ใช้ true และ dtac สามารถตรวจสอบได้โดย กด *9777# โทรออกเพื่อแจ้งเบอร์ต้องสงสัย หรือพิมพ์ 9777ตามด้วยเบอร์มิจฉาชีพ# แล้วโทรออก

เครือข่ายมือถือแต่ละค่ายมีฐานข้อมูลเบอร์ต้องสงสัยของตนเองและสามารถให้ข้อมูลเบื้องต้นได้ว่าเบอร์ดังกล่าวเคยถูกรายงานหรือไม่ นอกจากนี้ยังสามารถขอให้บล็อกเบอร์ดังกล่าวไม่ให้โทรเข้ามาซ้ำได้อีกด้วย

4. ตรวจสอบผ่านเว็บไซต์หน่วยงานราชการ

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์และตำรวจไซเบอร์มีช่องทางออนไลน์ให้ประชาชนตรวจสอบและแจ้งเบอร์ต้องสงสัยได้โดยตรง ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะถูกรวบรวมเป็นฐานข้อมูลกลางเพื่อใช้ในการติดตามและดำเนินคดีกับขบวนการหลอกลวงทางออนไลน์ การตรวจสอบผ่านช่องทางราชการมีความน่าเชื่อถือสูงเนื่องจากอ้างอิงจากคดีที่มีการแจ้งความจริง ไม่ใช่เพียงความคิดเห็นของผู้ใช้งานทั่วไป

5. อย่าเชื่อ Caller ID ให้โทรกลับด้วยเบอร์ทางการเท่านั้น

มิจฉาชีพสามารถปลอมแปลงหมายเลขที่แสดงบนหน้าจอ (Caller ID Spoofing) ให้ดูเหมือนเป็นเบอร์จริงของธนาคารหรือหน่วยงานราชการได้ ดังนั้นแม้เบอร์ที่โทรเข้ามาจะดูคุ้นตา ก็ไม่ควรเชื่อทันที หากมีข้อสงสัยควรวางสายแล้วค้นหาเบอร์ทางการจากเว็บไซต์หรือแอปพลิเคชันของหน่วยงานนั้นด้วยตัวเองแล้วโทรกลับไปสอบถามอีกครั้งเสมอ

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับมิจฉาชีพ

1. หากโอนเงินให้มิจฉาชีพไปแล้ว มีโอกาสได้เงินคืนหรือไม่?

มีโอกาสได้เงินคืนหากแจ้งเรื่องอย่างรวดเร็ว เนื่องจากธนาคารสามารถระงับหรืออายัดบัญชีปลายทางได้ทันทีหากเงินยังไม่ถูกโอนต่อออกไป ควรโทรแจ้งสายด่วน AOC 1441 และธนาคารต้นทางทันทีที่รู้ตัวว่าถูกหลอก พร้อมเตรียมหลักฐานการโอนเงินและข้อมูลของมิจฉาชีพให้ครบถ้วน อย่างไรก็ตามยิ่งแจ้งช้าเท่าไร โอกาสอายัดเงินคืนก็ยิ่งลดลง เพราะเงินอาจถูกโยกออกไปยังบัญชีอื่นหรือถอนเป็นเงินสดไปแล้ว

2. จะรู้ได้อย่างไรว่าเบอร์บัญชีหรือเบอร์โทรศัพท์นั้นเป็นของมิจฉาชีพ?

สามารถตรวจสอบได้จากหลายช่องทาง เช่น ค้นหาเบอร์หรือเลขบัญชีผ่าน Google เพื่อดูรายงานจากผู้เสียหายรายอื่น ใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบเบอร์อย่าง Whoscall หรือแจ้งตรวจสอบกับเครือข่ายมือถือและหน่วยงานราชการโดยตรง แม้จะไม่มีวิธีใดรับประกันความแม่นยำได้ 100% แต่การตรวจสอบก่อนโอนเงินทุกครั้งจะช่วยลดความเสี่ยงได้อย่างมีนัยสำคัญ

3. เพราะเหตุใดมิจฉาชีพจึงมักเร่งรัดให้ตัดสินใจเร็ว?

เพราะความเร่งด่วนเป็นเครื่องมือทางจิตวิทยาที่มีประสิทธิภาพสูงสุดในการปิดกั้นการคิดวิเคราะห์ของเหยื่อ เมื่อรู้สึกตกใจกลัวหรือกลัวพลาดโอกาส สมองจะมีแนวโน้มตัดสินใจตามอารมณ์มากกว่าเหตุผล มิจฉาชีพจึงมักกำหนดเวลาจำกัดสั้น ๆ เช่น 15-30 นาที เพื่อไม่ให้เหยื่อมีเวลาปรึกษาคนรอบข้างหรือตรวจสอบข้อมูลให้ถี่ถ้วนก่อนโอนเงิน

ทำธุรกรรมอย่างปลอดภัย ห่างไกลจากมิจฉาชีพเมื่อเลือกกู้เงินกับ FINNIX

ท่ามกลางกลโกงมิจฉาชีพที่หลากหลายและแนบเนียนขึ้นทุกวัน การเลือกผู้ให้บริการทางการเงินที่มีใบอนุญาตถูกต้องและตรวจสอบตัวตนได้จริงจึงเป็นเกราะป้องกันสำคัญ FINNIX ดำเนินการอย่างโปร่งใสทุกขั้นตอน ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียมล่วงหน้า สามารถศึกษาข้อมูลผลิตภัณฑ์สินเชื่อของ FINNIX เพิ่มเติมได้จากหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ หรือคลิก ดาวน์โหลดเลย

(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ

6 วิธีรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2026 พร้อมวิธีสังเกตเบื้องต้น
ภัยร้ายใกล้ตัว 4 สิงหาคม 2569

6 วิธีรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2026 พร้อมวิธีสังเกตเบื้องต้น

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร หรือบริษัทขนส่ง เพื่อโทรศัพท์หลอกลวงให้เหยื่อตกใจกลัวและโอนเงินให้ในเวลาอันสั้น ปัจจุบันกลโกงเหล่านี้ทวีความรุนแรงและแนบเนียนขึ้นเรื
บัญชีม้าคืออะไร? โทษหนักที่ควรรู้ พร้อมวิธีเช็คและตรวจสอบ อัปเดต 2569
ภัยร้ายใกล้ตัว 8 กรกฎาคม 2569

บัญชีม้าคืออะไร? โทษหนักที่ควรรู้ พร้อมวิธีเช็คและตรวจสอบ อัปเดต 2569

ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์แพร่กระจายมากขึ้นทุกวัน หนึ่งในภัยทางการเงินที่คนไทยควรรู้จักคือ "บัญชีม้า" ซึ่งหลายคนอาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัวเพียงเพราะอยากได้เงินง่ายๆ หรือแค่อยากช่วยเหลือคนรู้จัก ทว่าผลที
6 วิธีดูเพื่อ ความปลอดภัยในการกู้เงินออนไลน์
ภัยร้ายใกล้ตัว 23 มิถุนายน 2566

6 วิธีดูเพื่อ ความปลอดภัยในการกู้เงินออนไลน์

ในยุคที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลาและพื้นที่ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงินที่สำคัญ โดยเฉพาะในการกู้เงินที่สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กับความส

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

finnix-shape finnix-application
finnix-application
finnix application qr-code

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

download application finnix
ไอคอน PDPA

เราเก็บคุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เว็บไซต์ของคุณ ศึกษารายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า ได้ที่นี่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก