6 วิธีรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์ 2026 พร้อมวิธีสังเกตเบื้องต้น

แก๊งคอลเซ็นเตอร์
4 สิงหาคม 2569

แก๊งคอลเซ็นเตอร์ กลุ่มมิจฉาชีพที่แอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ธนาคาร หรือบริษัทขนส่ง เพื่อโทรศัพท์หลอกลวงให้เหยื่อตกใจกลัวและโอนเงินให้ในเวลาอันสั้น ปัจจุบันกลโกงเหล่านี้ทวีความรุนแรงและแนบเนียนขึ้นเรื่อย ๆ ด้วยการนำเทคโนโลยี AI มาสร้างเสียงและหลักฐานปลอม ทำให้ทุกเพศทุกวัยมีความเสี่ยงตกเป็นเหยื่อได้ไม่ต่างกัน บทความนี้รวบรวม 6 วิธีรับมือ และขั้นตอนที่ต้องทำทันทีหากพลาดโอนเงินไปแล้ว เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันให้ตัวเองและคนที่คุณรัก

5 วิธีสังเกตแก๊งคอลเซ็นเตอร์

กลโกงของแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักอาศัยความตกใจและความเร่งรีบของเหยื่อเป็นเครื่องมือหลัก โดยจะออกแบบบทสนทนาให้ดูน่าเชื่อถือ มีการอ้างชื่อหน่วยงานจริง ใช้ศัพท์ทางกฎหมายหรือทางการเงินเพื่อสร้างความกดดัน และมักโทรมาในช่วงเวลาที่เหยื่อไม่ทันตั้งตัว เช่น เช้าตรู่หรือระหว่างเวลางาน ต่อไปนี้คือรูปแบบที่พบบ่อยที่สุดในปัจจุบัน พร้อมตัวอย่างสถานการณ์จริงที่เคยเกิดขึ้น

1. มีพัสดุต้องสงสัย

มิจฉาชีพจะโทรมาแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่บริษัทขนส่งชื่อดัง เช่น ไปรษณีย์ไทย DHL หรือ Kerry แจ้งว่ามีพัสดุของคุณตกค้างหรือพบสิ่งผิดกฎหมายในพัสดุ เช่น ยาเสพติดหรือของผิดกฎหมาย จากนั้นจะโอนสายต่อให้ “เจ้าหน้าที่ตำรวจปลอม” เพื่อข่มขู่ให้กลัวและยินยอมทำตามขั้นตอนที่วางแผนไว้ ทั้งที่ในความเป็นจริงหน่วยงานราชการไม่มีนโยบายแจ้งเรื่องพัสดุผิดกฎหมายผ่านโทรศัพท์และไม่มีการขอให้โอนเงินใดๆทั้งสิ้น้น

2. บัญชีเงินฝากถูกอายัด

อ้างว่าบัญชีธนาคารของเหยื่อถูกอายัดเนื่องจากมีการทำธุรกรรมผิดปกติ หรือถูกนำไปใช้ในคดีอาชญากรรม แล้วหลอกให้เหยื่อโอนเงินไปยังบัญชีเพื่อตรวจสอบ ทั้งที่ในความเป็นจริงธนาคารและตำรวจไม่มีนโยบายให้โอนเงินเพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ทางโทรศัพท์แต่อย่างใด ตัวอย่างเช่น คนร้ายอาจอ้างว่า “บัญชีของคุณถูกใช้กดเงินผิดปกติที่ต่างจังหวัด ต้องโอนเงินทั้งหมดมาตรวจสอบก่อนภายใน 30 นาที มิเช่นนั้นบัญชีจะถูกอายัดถาวร” ซึ่งเป็นการสร้างความเร่งด่วนเทียมเพื่อไม่ให้เหยื่อมีเวลาคิดหรือปรึกษาใคร หากได้รับสายลักษณะนี้ให้วางสายและโทรกลับไปที่ Call Center ธนาคารด้วยเบอร์ทางการเพื่อตรวจสอบทันที

3. บัญชีเงินฝากพัวพันกับการฟอกเงิน

รูปแบบยอดฮิตที่สร้างความเสียหายสูงสุดในปัจจุบัน คนร้ายจะแอบอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจหรือหน่วยงานปราบปรามการฟอกเงิน กล่าวหาว่าบัญชีของเหยื่อเกี่ยวข้องกับบัญชีม้าหรือขบวนการฟอกเงิน ก่อนข่มขู่ให้โอนเงินทั้งหมดออกมา “เก็บไว้ที่บัญชีปลอดภัย” ซึ่งมีกรณีจริงที่เหยื่อสูญเงินหลักล้านบาทจากรูปแบบนี้ เช่น คดีที่มีผู้เสียหายถูกคนร้ายอ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจระดับผู้กำกับ กล่าวหาว่าเกี่ยวข้องกับขบวนการฟอกเงิน แล้วข่มขู่ให้โอนเงินตรวจสอบความบริสุทธิ์ต่อเนื่องหลายวันจนสูญเงินกว่า 20 ล้านบาท ลักษณะเด่นของกลโกงนี้คือการดึงเหยื่อเข้าสู่บทสนทนาต่อเนื่องยาวนาน บางครั้งมีการส่งต่อสายให้ “เจ้าหน้าที่” หลายคนสลับกันเพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ

4. โชคดีได้รับรางวัลใหญ่

วิธีสังเกตแก๊งคอลเซ็นเตอร์

แจ้งว่าเหยื่อถูกรางวัลลอตเตอรี่ โปรโมชัน หรือของรางวัลมูลค่าสูงโดยไม่ได้ซื้อหรือสมัครล่วงหน้า แล้วหลอกให้โอนเงินค่าธรรมเนียม ภาษี หรือค่าดำเนินการก่อนถึงจะได้รับรางวัล ซึ่งความจริงแล้วรางวัลนั้นไม่มีอยู่จริง ตัวอย่างเช่น มีรายงานผู้เสียหายได้รับแจ้งว่าถูกรางวัลลอตเตอรี่รางวัลที่ 1 มูลค่าหลักล้าน แต่ต้องโอนเงินค่าภาษีล่วงหน้าก่อนจึงจะรับเงินรางวัลได้ เมื่อเหยื่อโอนเงินไปครั้งแรกแล้ว คนร้ายมักจะสร้างข้ออ้างเพิ่มเติมให้โอนซ้ำอีกหลายรอบ เช่น อ้างว่าเอกสารผิดพลาดต้องโอนเงินแก้ไข จนกว่าเหยื่อจะรู้ตัวว่าถูกหลอก

5. อ้างว่าค้ำประกันบุคคลอื่นไว้

หลอกว่าเหยื่อเคยเซ็นค้ำประกันเงินกู้หรือสัญญาให้กับบุคคลอื่น และบุคคลนั้นผิดนัดชำระหนี้จนต้องมีการดำเนินคดี เหยื่อจึงต้องโอนเงินเพื่อ “ชดใช้” หรือ “ยืนยันตัวตน” ทันที ทั้งที่ไม่เคยมีการค้ำประกันเกิดขึ้นจริง ตัวอย่างเช่น คนร้ายอาจโทรมาอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถาบันการเงินแจ้งว่าญาติหรือเพื่อนเก่าของเหยื่อค้างชำระหนี้ และเหยื่อมีชื่อเป็นผู้ค้ำประกันอยู่ในสัญญา จึงต้องรีบชำระแทนก่อนถูกฟ้องร้อง กลโกงนี้อาศัยความไม่แน่ใจของเหยื่อว่าตนเองเคยเซ็นเอกสารอะไรไว้บ้างในอดีต วิธีป้องกันคือให้ขอเอกสารหลักฐานที่เป็นลายลักษณ์อักษรและตรวจสอบกับสถาบันการเงินโดยตรงก่อนดำเนินการใดๆเสมอ

ตัวอย่างบทพูดที่มักพบบ่อย

ไม่ว่าจะเป็นรูปแบบใด แก๊งคอลเซ็นเตอร์มักใช้น้ำเสียงเป็นทางการ เร่งรัดให้ตัดสินใจเร็ว และปิดท้ายด้วยประโยคทำนอง “ห้ามวางสาย ห้ามบอกใคร มิเช่นนั้นจะถือว่าไม่ให้ความร่วมมือกับทางการ” ซึ่งเป็นกลยุทธ์ตัดขาดเหยื่อจากคนรอบข้างที่จะช่วยตั้งสติได้ทันเวลา หากได้ยินบทพูดคอลเซ็นเตอร์ลักษณะนี้ ให้ตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนเสมอ

6 วิธีรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

วิธีรับมือแก๊งคอลเซ็นเตอร์

เมื่อรู้เท่าทันรูปแบบกลโกงแล้ว ขั้นตอนต่อไปคือการเตรียมพร้อมรับมือ เพราะแก๊งคอลเซ็นเตอร์มักปรับเปลี่ยนกลยุทธ์อยู่ตลอดเวลา การมีแนวทางปฏิบัติที่ชัดเจนจะช่วยให้ตัดสินใจได้เร็วและถูกต้องแม้ในสถานการณ์ที่ตื่นตระหนก ดังนี้

1. ตรวจสอบเบอร์โทรศัพท์ก่อนรับสาย

ปัจจุบันเราสามารถใช้แอปพลิเคชันตรวจสอบเบอร์ต้องสงสัย เช่น Whoscall เพื่อกรองสายเรียกเข้าจากมิจฉาชีพก่อนตัดสินใจรับสาย โดยเฉพาะเบอร์ที่ขึ้นต้นด้วย + ซึ่งมักเป็นสายจากต่างประเทศ ตัวอย่างเช่น หากมีเบอร์ +881 หรือ +882 โทรเข้ามาโดยที่ไม่ได้ติดต่อธุรกิจกับต่างประเทศ ควรตั้งข้อสงสัยไว้ก่อนและไม่รับสายทันที เพราะเบอร์ลักษณะนี้มักถูกใช้โดยขบวนการหลอกลวงข้ามประเทศ

2. ตรวจสอบข้อมูลให้แน่ใจ อย่าเชื่อทันที

ยึดหลัก “ไม่เชื่อ ไม่รีบ ไม่โอน” วางสายแล้วโทรกลับไปยังหน่วยงานต้นทางด้วยเบอร์ทางการที่ค้นหาเองเท่านั้น อย่าใช้เบอร์ที่คนร้ายให้มา ตัวอย่างเช่น หากมีคนอ้างว่าโทรมาจากธนาคาร ให้วางสายแล้วเปิดแอปธนาคารหรือเว็บไซต์ทางการเพื่อหาเบอร์ Call Center ที่ถูกต้องแล้วโทรสอบถามด้วยตัวเองอีกครั้งเสมอ

3. แจ้งเบอร์คอลเซ็นเตอร์กับเครือข่ายมือถือ

หากเจอเบอร์ต้องสงสัยสามารถแจ้งเบอร์คอลเซ็นเตอร์กับ AIS ได้ที่สายด่วน 1185 ผู้ใช้ dtac แจ้งแก๊งคอลเซ็นเตอร์dtac ได้ที่เบอร์ 1678 หรือเว็บไซต์ dtac.co.th/block-scam-numbers ส่วนลูกค้า True สามารถแจ้งผ่านบริการ 9777 ได้เช่นกัน ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับสายจากเบอร์แปลกที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ขนส่ง สามารถแคปหน้าจอเบอร์โทรและส่งแจ้งผ่านช่องทางเหล่านี้ได้ทันทีเพื่อให้ค่ายมือถือดำเนินการบล็อกเบอร์และป้องกันไม่ให้ผู้อื่นตกเป็นเหยื่อซ้ำ

4. ห้ามให้ข้อมูลส่วนตัวหรือรหัส OTP ทางโทรศัพท์เด็ดขาด

ธนาคารและหน่วยงานราชการไม่มีนโยบายขอ OTP เลขบัตรประชาชน หรือให้โอนเงินผ่านโทรศัพท์เพื่อตรวจสอบใด ๆ ทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น หากมีสายอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่ธนาคารขอรหัส OTP เพื่อ “ยกเลิกธุรกรรมผิดปกติ” ให้ปฏิเสธทันทีและวางสาย เพราะ OTP คือกุญแจสุดท้ายที่ป้องกันเงินในบัญชี หากให้ไปแล้วมิจฉาชีพจะสามารถโอนเงินออกจากบัญชีได้ทันที

5. ไม่กดลิงก์แปลกปลอมหรือติดตั้งแอปที่ไม่รู้จัก

หากถูกขอให้แอดไลน์ ดาวน์โหลดแอป หรือคลิกลิงก์ระหว่างสนทนา ให้สันนิษฐานไว้ก่อนว่าเป็นมิจฉาชีพและปฏิเสธทันที ตัวอย่างเช่น มิจฉาชีพมักส่งลิงก์ปลอมที่ดูคล้ายเว็บไซต์ธนาคารหรือหน่วยงานราชการ เมื่อกดเข้าไปแล้วจะถูกหลอกให้ติดตั้งแอปที่แฝงมัลแวร์ ซึ่งสามารถควบคุมหน้าจอมือถือและดูดเงินออกจากบัญชีได้โดยที่เจ้าของเครื่องไม่ทันรู้ตัว

6. ตั้งสติ วางสาย และปรึกษาคนใกล้ตัวก่อนตัดสินใจ

หากรู้สึกถูกกดดันให้รีบโอนเงินภายในไม่กี่นาที นั่นคือสัญญาณอันตรายที่ชัดเจนที่สุด ให้วางสายทันทีและปรึกษาคนในครอบครัวหรือแจ้งตำรวจก่อนดำเนินการใด ๆ ตัวอย่างเช่น ก่อนโอนเงินทุกครั้งควรลองเล่าเหตุการณ์ให้สมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อนสนิทฟังก่อนตัดสินใจ เพราะคนที่อยู่นอกสถานการณ์มักมองเห็นความผิดปกติได้ชัดเจนกว่าตัวเหยื่อเองที่กำลังตื่นตระหนก

สิ่งที่ต้องทำทันทีหากตกเป็นเหยื่อโอนเงินให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์

หากพลาดโอนเงินไปแล้ว สิ่งสำคัญที่สุดคือความเร็ว เพราะยิ่งแจ้งเร็วเท่าไร โอกาสอายัดเงินคืนก็ยิ่งสูงขึ้นเท่านั้น ในหลายกรณีที่ผู้เสียหายแจ้งเรื่องภายในเวลาไม่กี่นาทีหลังโอนเงิน เจ้าหน้าที่สามารถอายัดบัญชีปลายทางได้ทันก่อนที่คนร้ายจะโยกเงินออกไปยังบัญชีอื่นต่อ ต่อไปนี้คือขั้นตอนที่ควรทำตามลำดับ

ขั้นตอนที่ 1 โทรแจ้งศูนย์ AOC 1441 ทันที

ศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาอาชญากรรมออนไลน์ (Anti Online Scam Operation Center) เปิดให้บริการแบบ One Stop Service ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1441 ซึ่งบูรณาการการทำงานร่วมกับธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ และผู้ให้บริการเครือข่ายมือถือ โดยมีเป้าหมายระงับหรืออายัดบัญชีปลายทางของคนร้ายให้ได้ภายใน 1 ชั่วโมงนับจากที่รับแจ้งเรื่อง ตัวอย่างเช่น หากพบว่าโอนเงินผิดไปให้มิจฉาชีพเมื่อ 10 นาทีที่แล้ว ควรโทร 1441 ทันทีโดยไม่ต้องรอให้ถึงเวลาทำการของธนาคารหรือสถานีตำรวจ เพราะสายด่วนนี้ทำงานตลอด 24 ชั่วโมงทุกวัน

ขั้นตอนที่ 2 เตรียมหลักฐานให้พร้อมก่อนโทรแจ้ง

เพื่อความรวดเร็วในการดำเนินการ ควรเตรียมข้อมูลต่อไปนี้ให้ครบ ได้แก่ สลิปโอนเงินหรือหลักฐานการทำธุรกรรม หมายเลขบัญชีปลายทางที่โอนเงินไป เบอร์โทรศัพท์หรือไอดีไลน์ของมิจฉาชีพ ภาพแคปหน้าจอบทสนทนาหรือ SMS ที่เกี่ยวข้อง รวมถึงวันเวลาที่เกิดเหตุและจำนวนเงินที่สูญเสีย ตัวอย่างเช่น ก่อนโทรแจ้งควรเปิดแอปธนาคารค้างไว้เพื่อดูเลขที่บัญชีปลายทางและเวลาธุรกรรมให้ชัดเจน จะช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและอายัดบัญชีได้รวดเร็วขึ้นมาก

ขั้นตอนที่ 3 แจ้งความออนไลน์อย่างเป็นทางการ

หลังแจ้งเรื่องกับศูนย์ AOC เจ้าหน้าที่จะบันทึกข้อมูลเข้าสู่ระบบ Thai Police Online (www.thaipoliceonline.go.th) และออกเลข Police Case ID ให้ผู้เสียหายใช้ติดตามความคืบหน้าของคดี พร้อมนัดหมายให้เข้าพบพนักงานสอบสวน ณ สถานีตำรวจภายใน 7 วัน ตัวอย่างเช่น เมื่อได้รับ SMS แจ้งเลข Case ID แล้ว ควรเก็บไว้เป็นหลักฐานสำคัญและนำไปยื่นต่อพนักงานสอบสวนตามนัดหมาย เพื่อให้คดีดำเนินต่อไปได้อย่างเป็นทางการ

ขั้นตอนที่ 4 ติดต่อธนาคารต้นทางควบคู่กัน

โทรแจ้ง Call Center ของธนาคารที่ใช้โอนเงินทันทีเพื่อขอระงับธุรกรรมเพิ่มเติม เนื่องจากธนาคารสามารถดำเนินการภายในของตัวเองได้เร็วกว่าในบางกรณี และควรเก็บเลขอ้างอิงการแจ้งเรื่องไว้ทุกครั้ง ตัวอย่างเช่น หลายธนาคารมีขั้นตอนอายัดชั่วคราวที่สามารถทำได้ทันทีผ่านสายด่วนของธนาคารเอง โดยไม่ต้องรอประสานงานผ่านหน่วยงานภายนอกก่อน จึงควรโทรแจ้งควบคู่กับการแจ้ง AOC 1441 เพื่อเพิ่มโอกาสอายัดเงินให้ทันเวลา

หลีกเลี่ยงมิจฉาชีพและกู้เงินอย่างมั่นใจกับ FINNIX

ท่ามกลางกลโกงที่แนบเนียนขึ้นทุกวัน การเลือกใช้บริการทางการเงินจากแหล่งที่ถูกกฎหมายและตรวจสอบได้จึงสำคัญกว่าที่เคย FINNIX เป็นแอปพลิเคชันสินเชื่อที่ได้รับใบอนุญาตถูกต้องตามกฎหมาย โปร่งใสทุกขั้นตอน หากกำลังมองหาทางเลือกกู้เงินที่ปลอดภัยและตรวจสอบตัวตนได้จริง สามารถศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับผลิตภัณฑ์ของ FINNIX ได้จากหน้าเว็บไซต์อย่างเป็นทางการ หรือคลิก ดาวน์โหลดเลย

(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ

10 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ไว้ก่อนตกเป็นเหยื่อ ปี 2569
ภัยร้ายใกล้ตัว 4 สิงหาคม 2569

10 กลโกงมิจฉาชีพออนไลน์ รู้ไว้ก่อนตกเป็นเหยื่อ ปี 2569

มิจฉาชีพในยุคดิจิทัลไม่ได้จำกัดอยู่แค่การหลอกลวงหน้าตรง แต่แฝงตัวมาในรูปแบบข้อความ ลิงก์ โปรไฟล์ปลอม และแม้แต่เสียงโทรศัพท์ที่ฟังดูน่าเชื่อถือ ทำให้ทุกคนมีโอกาสตกเป็นเหยื่อได้ไม่ว่าจะระมัดระวังแค่ไหน
บัญชีม้าคืออะไร? โทษหนักที่ควรรู้ พร้อมวิธีเช็คและตรวจสอบ อัปเดต 2569
ภัยร้ายใกล้ตัว 8 กรกฎาคม 2569

บัญชีม้าคืออะไร? โทษหนักที่ควรรู้ พร้อมวิธีเช็คและตรวจสอบ อัปเดต 2569

ในยุคที่มิจฉาชีพออนไลน์แพร่กระจายมากขึ้นทุกวัน หนึ่งในภัยทางการเงินที่คนไทยควรรู้จักคือ "บัญชีม้า" ซึ่งหลายคนอาจตกเป็นเหยื่อโดยไม่รู้ตัวเพียงเพราะอยากได้เงินง่ายๆ หรือแค่อยากช่วยเหลือคนรู้จัก ทว่าผลที
6 วิธีดูเพื่อ ความปลอดภัยในการกู้เงินออนไลน์
ภัยร้ายใกล้ตัว 23 มิถุนายน 2566

6 วิธีดูเพื่อ ความปลอดภัยในการกู้เงินออนไลน์

ในยุคที่เทคโนโลยีและอินเทอร์เน็ตได้ก้าวข้ามขีดจำกัดของเวลาและพื้นที่ เราได้เห็นการเปลี่ยนแปลงทางด้านการเงินที่สำคัญ โดยเฉพาะในการกู้เงินที่สามารถทำได้อย่างสะดวกและรวดเร็วผ่านช่องทางออนไลน์ แต่กับความส

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

finnix-shape finnix-application
finnix-application
finnix application qr-code

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

download application finnix
ไอคอน PDPA

เราเก็บคุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เว็บไซต์ของคุณ ศึกษารายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า ได้ที่นี่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก