ก่อนตัดสินใจยื่นขอเงินกู้ก้อนไหน หนึ่งในสิ่งที่ต้องทำความเข้าใจให้ถ่องแท้คือเรื่องดอกเบี้ยเงินกู้ เพราะเป็นตัวแปรสำคัญที่กำหนดว่าตลอดอายุสัญญาคุณจะต้องจ่ายคืนทั้งหมดเท่าไร บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจตั้งแต่นิยาม ประเภทของดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร วิธีคำนวณ ไปจนถึงเทคนิคเลือกสินเชื่อที่ไม่ทำให้เสียเปรียบ
- ดอกเบี้ยเงินกู้ คืออะไร
- ประเภทอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร
- วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ คำนวณอย่างไรให้ไม่เสียเปรียบ
- ดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก แตกต่างกันอย่างไร
- ดอกเบี้ยเงินกู้ของแอปฟินนิกซ์ อัตราร้อยละเท่าใด
- คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดอกเบี้ยเงินกู้
- ทางเลือกกู้เงินถูกกฎหมาย อนุมัติไว ดอกเบี้ยเป็นธรรมกับ แอป FINNIX
ดอกเบี้ยเงินกู้ คืออะไร
ดอกเบี้ยเงินกู้ คือ ค่าตอบแทนที่ผู้กู้ต้องจ่ายให้ผู้ให้กู้ เพื่อแลกกับการได้ใช้เงินของผู้ให้กู้ก่อนที่ตนเองจะมี โดยคำนวณเป็นเปอร์เซ็นต์จากเงินต้นและระยะเวลาที่กู้ยืม ยิ่งอัตราดอกเบี้ยสูง ภาระที่ต้องผ่อนคืนตลอดสัญญาก็ยิ่งมากขึ้นตามไปด้วย
ทั้งนี้อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ไม่ได้ถูกกำหนดตามใจผู้ให้กู้ แต่มีกฎหมายควบคุมเพดานไว้ชัดเจน เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้กู้ถูกเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินควร
ประเภทอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคาร
โดยปกติแล้วดอกเบี้ยเงินกู้ธนาคารและผู้ให้บริการสินเชื่อต่างๆ จะแบ่งวิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งแต่ละแบบมีวิธีคำนวณและความเหมาะสมกับผู้กู้ที่แตกต่างกันไป
1. ดอกเบี้ยเงินกู้แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)
ดอกเบี้ยแบบลดต้นลดดอกคำนวณจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด เมื่อผ่อนชำระไปมากขึ้น เงินต้นคงเหลือลดลง ดอกเบี้ยในงวดถัดไปก็ลดลงตามไปด้วย ทำให้ผู้กู้ที่มีวินัยในการโปะเงินต้นก่อนกำหนดสามารถประหยัดดอกเบี้ยโดยรวมและปิดหนี้ได้เร็วขึ้น ดอกเบี้ยรูปแบบนี้พบได้ทั่วไปในสินเชื่อส่วนบุคคล สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายย่อยดิจิทัลส่วนใหญ่ในปัจจุบัน
2. ดอกเบี้ยเงินกู้แบบคงที่ (Fixed Rate)
ดอกเบี้ยแบบคงที่คำนวณจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา ทำให้ยอดดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายในแต่ละงวดเท่ากันไม่เปลี่ยนแปลง แม้ยอดหนี้จริงจะทยอยลดลงก็ตาม ข้อดีคือผู้กู้ทราบยอดผ่อนชำระที่แน่นอนตั้งแต่วันแรก วางแผนงบประมาณได้ง่าย ดอกเบี้ยรูปแบบนี้พบได้ในสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์และสินเชื่อผ่อนสินค้าบางประเภท
วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ คำนวณอย่างไรให้ไม่เสียเปรียบ

การรู้สูตรคิดดอกเบี้ยเงินกู้ด้วยตัวเอง จะช่วยให้คุณตรวจสอบความถูกต้องของยอดที่สถาบันการเงินเรียกเก็บ และเปรียบเทียบข้อเสนอสินเชื่อแต่ละแห่งได้อย่างเป็นธรรม
1. วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ แบบลดต้นลดดอก (Effective Rate)
สูตรพื้นฐานคือการคิดดอกเบี้ยเป็นรายวันจากยอดเงินต้นคงเหลือ
ดอกเบี้ยต่องวด = (เงินต้นคงเหลือ × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนวันในงวดนั้น) ÷ 365
ตัวอย่างเช่น กู้เงิน 80,000 บาท อัตราดอกเบี้ย 20% ต่อปี ผ่อนชำระเดือนละ 4,000 บาท ในงวดแรกที่มี 31 วัน จะคิดดอกเบี้ยได้ (80,000 × 20% × 31) ÷ 365 ≈ 1,358.90 บาท เงินที่เหลือจากยอดผ่อน 4,000 บาท จะถูกนำไปหักเงินต้นทันที ทำให้งวดถัดไปเงินต้นคงเหลือลดลง และดอกเบี้ยที่คำนวณได้ก็จะลดลงตามไปด้วยเช่นกัน
2. วิธีคิดดอกเบี้ยเงินกู้ แบบคงที่ (Fixed Rate)
สูตรพื้นฐานคือการคิดดอกเบี้ยจากเงินต้นเริ่มต้นเต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา
ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญา = เงินต้น × อัตราดอกเบี้ยต่อปี × จำนวนปีที่ผ่อน
ค่างวดต่อเดือน = (เงินต้น + ดอกเบี้ยรวม) ÷ จำนวนงวดทั้งหมด
ตัวอย่างเช่น กู้เงิน 150,000 บาท อัตราดอกเบี้ยคงที่ 10% ต่อปี ผ่อน 3 ปี (36 งวด) ดอกเบี้ยรวมทั้งสัญญาจะเท่ากับ 150,000 × 10% × 3 = 45,000 บาท รวมยอดหนี้ทั้งหมด 195,000 บาท หารด้วย 36 งวด เท่ากับค่างวดเดือนละ 5,416.67 บาท จะเห็นได้ว่าแม้ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยจะดูต่ำ แต่เพราะคำนวณจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดสัญญา
ดอกเบี้ยคงที่และดอกเบี้ยลดต้นลดดอก แตกต่างกันอย่างไร

เมื่อเทียบทั้งสองรูปแบบในแต่ละมุมมอง จะเห็นความแตกต่างที่ชัดเจนดังนี้
- วิธีคิดดอกเบี้ย ดอกเบี้ยคงที่คิดจากเงินต้นก้อนแรกตลอดอายุสัญญา แม้เงินต้นจริงจะลดลงแล้วก็ตาม ในขณะที่ดอกเบี้ยลดต้นลดดอกคิดจากเงินต้นคงเหลือจริงในแต่ละงวด เงินต้นลดเท่าไร ดอกเบี้ยก็ลดตามไปเท่านั้น
- ยอดผ่อนชำระในแต่ละงวด ดอกเบี้ยคงที่ให้ยอดผ่อนเท่ากันทุกงวด วางแผนค่าใช้จ่ายได้ง่าย ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอกยอดผ่อนอาจลดลงเรื่อยๆ หรือในบางกรณีผู้กู้เลือกผ่อนถูกลงได้เมื่อดอกเบี้ยลดลง
- ดอกเบี้ยรวมตลอดสัญญา ดอกเบี้ยคงที่มักมีดอกเบี้ยรวมสูงกว่า เมื่อเทียบกับระยะเวลาและอัตราดอกเบี้ยเดียวกัน เพราะคิดจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดเวลา ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอกมักมีดอกเบี้ยรวมต่ำกว่า เพราะคิดจากเงินต้นที่ลดลงจริง
- เหมาะกับใคร ดอกเบี้ยคงที่เหมาะกับผู้ที่ต้องการความแน่นอนของยอดผ่อนในแต่ละเดือน ส่วนดอกเบี้ยลดต้นลดดอกเหมาะกับผู้ที่มีแผนปิดหนี้เร็ว หรือสามารถโปะเงินต้นได้เป็นระยะ
ดอกเบี้ยเงินกู้ของแอปฟินนิกซ์ อัตราร้อยละเท่าใด
FINNIX คือสินเชื่อนาโนไฟแนนซ์ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย คิดดอกเบี้ยเงินกู้ในอัตราไม่เกินร้อยละ 33 ต่อปี แบบลดต้นลดดอกคิดเป็นรายวัน ไม่มีค่าธรรมเนียมหรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงอื่นใด นอกเหนือจากดอกเบี้ย ผู้กู้สามารถเลือกจ่ายดอกเบี้ยได้ตามต้องการเลยว่า ต้องการจ่ายขั้นต่ำ หรือเลือกจ่ายแบบโปะ ทาง FINNIX มีโปรแกรมคำนวณจำนวนเงินให้ก่อนกู้ คลิก โปรแกรมคำนวณดอกเบี้ย
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับ ดอกเบี้ยเงินกู้
1. ดอกเบี้ยเงินกู้กฎหมายกับดอกเบี้ยเงินกู้นอกระบบผิดกฎหมาย ต่างกันอย่างไร?
ดอกเบี้ยเงินกู้ตามกฎหมายจะถูกจำกัดเพดานไว้ชัดเจนตามประเภทผู้ให้กู้ พร้อมเปิดเผยอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงื่อนไขต่างๆ อย่างโปร่งใส ในทางกลับกัน เงินกู้นอกระบบที่ผิดกฎหมายมักเรียกเก็บดอกเบี้ยเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดมาก ไม่มีสัญญาที่เป็นธรรม และไม่อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานใด ซึ่งถือว่าผิดกฎหมายและมีความเสี่ยงสูงต่อผู้กู้
2. ทำไมดอกเบี้ยคงที่ตัวเลขดูน้อยกว่า แต่จ่ายจริงแพงกว่า?
เพราะดอกเบี้ยแบบคงที่คำนวณจากเงินต้นเต็มจำนวนตลอดอายุสัญญา ทั้งที่ในความเป็นจริงยอดหนี้คงเหลือทยอยลดลงทุกเดือนจากการผ่อนชำระ ทำให้เมื่อคำนวณเป็นอัตราดอกเบี้ยที่แท้จริง (Effective Rate) ต่อปีแล้ว ตัวเลขที่ผู้กู้จ่ายจริงมักสูงกว่าตัวเลขดอกเบี้ยคงที่ที่ประกาศไว้อย่างมีนัยสำคัญ จึงควรเปรียบเทียบ Effective Rate ของแต่ละข้อเสนอ ไม่ใช่ดูแค่ตัวเลขอัตราดอกเบี้ยหน้าประกาศเพียงอย่างเดียว
ทางเลือกกู้เงินถูกกฎหมาย อนุมัติไว ดอกเบี้ยเป็นธรรมกับ แอป FINNIX
หากกำลังมองหาเงินกู้ที่คิดดอกเบี้ยเงินกู้อย่างโปร่งใสและตรวจสอบได้ แอปเงินกู้ FINNIX แสดงอัตราดอกเบี้ยและเงื่อนไขทั้งหมดให้เห็นชัดเจนตั้งแต่ก่อนตัดสินใจทุกขั้นตอน อยู่ภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าธรรมเนียมหรือดอกเบี้ยแอบแฝง สมัครง่าย สมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ต้องมีคนค้ำประกัน คลิก ดาวน์โหลดเลย
(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)
