15 วิธีเก็บเงินให้อยู่แบบจริงจัง ให้มีเงินเยอะๆ ฉบับอัปเดตปี 2569

เก็บเงิน
30 มิถุนายน 2569

เคยสงสัยไหมว่าทำไมหลายคนถึงตกอยู่ในวงจร “หาเงินได้แต่เก็บตังค์ไม่อยู่” หลายคนพยายามเก็บเงินหลายครั้ง แต่พอเงินเดือนออกทีไรก็หายวับไปกับตา ปัญหานี้ทำให้ความตั้งใจในการเก็บเงินล้มเหลวอยู่บ่อยครั้ง ดังนั้นการปรับพฤติกรรมจึงเป็นก้าวแรกที่สำคัญที่สุดในการเก็บเงิน

บทความนี้จะช่วยให้คุณเข้าใจสาเหตุของการเก็บเงินไม่อยู่พร้อมเสนอวิธีการออมที่จริงจัง เห็นผลจริง และสามารถปรับใช้ได้ในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าคุณจะเป็นสายช้อป สายกิน สายเที่ยว หรือคนที่บอกว่า “เดี๋ยวค่อยเก็บ” ก็สามารถเก็บเงินให้เยอะได้

สารบัญบทความ

1.จดบันทึกรายรับ-รายจ่าย ขั้นตอนแรกของการเก็บเงิน

ก่อนที่จะเข้าสู่วิธีเก็บเงินใดๆ คุณต้องรู้ว่า “เงินไปไหนบ้าง?” การจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายทุกวัน ทำให้คุณมองเห็น “แผนที่เงิน” ของตัวเอง คุณสามารถจดบันทึกรายรับ-รายจ่ายได้หลากหลายวิธี ไม่ว่าจะเป็น การจดในแอปโทรศัพท์ หรือการลง Excel ง่ายๆ สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจดบันทึก คือ คุณต้องจัดหมวดหมู่รายจ่ายให้ถูกต้อง เพื่อให้คุณเห็นภาพค่าใช้จ่ายของตนเอง และรู้ว่าคุณหมดเงินไปกับอะไรมากที่สุด หากจะปรับพฤติกรรมควรเริ่มลดค่าใช้จ่ายส่วนไหน

2.เก็บเงินทันทีที่รายได้เข้าด้วยกฎ “ออมก่อนใช้”

คนส่วนใหญ่มักใช้จ่ายก่อนเหลือเท่าไหร่ค่อยเก็บ ซึ่งเป็นวิธีที่ทำให้ออมเงินได้ยาก สมการที่ถูกต้องสำหรับวิธีเก็บเงินแบบจริงจัง คือ “รายได้ – เงินออม = รายจ่าย” ข้อแนะนำสำหรับการออมก่อนใช้ คือ ทันทีที่เงินเดือนหรือรายได้โอนเข้าบัญชี ให้หักออกไป 10% – 20% ทันทีเพื่อแยกไว้ในบัญชีสำหรับเก็บเงินโดยเฉพาะ และห้ามแตะต้องเงินส่วนนี้เด็ดขาดเว้นแต่กรณีฉุกเฉินจริงๆ

อ่านบทความเพิ่มเติม คลิก 18 อาชีพหารายได้เสริม ลงทุนน้อย ทำได้จริงหลังเลิกงาน 

3.ตั้งค่าโอนเงินเก็บอัตโนมัติ (Auto-Saving) ทันทีหลังเงินเดือนออก

การพึ่งพาวินัยของตัวเองเพียงอย่างเดียวอาจไม่พอสำหรับการเก็บเงินในยุคที่สิ่งล่อใจอยู่รอบตัว การใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยตัดความล่อตาล่อใจจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุด ตั้งค่าระบบโอนเงินอัตโนมัติ (Automatic Transfer) ในแอปพลิเคชันธนาคารของคุณ ให้หักเงินจากบัญชีเงินเดือนไปยังบัญชีเงินฝากประจำในวันถัดจากวันที่เงินเดือนออกทันที วิธีนี้ช่วยให้คุณสร้างวินัยการออมได้โดยไม่ต้องฝืนใจ

4.สูตรเก็บเงินแบบสัดส่วน 50 30 20

เป็นวิธีออมเงินที่แบ่งเงินที่ได้รับออกเป็น 3 ส่วน เพื่อให้ใช้และเก็บเงินได้อย่างสมดุล สูตรนี้ได้รับความนิยมจากหนังสือ “All Your Worth” ของ Elizabeth Warren ดังนี้

  1. “Needs” หรือความต้องการพื้นฐาน ซึ่งควรแบ่งเงินที่ได้รับ 50% ออกมาเป็นค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าเช่าบ้าน ค่าอาหาร ค่าเดินทาง และค่าใช้จ่ายจำเป็นอื่น ๆ
  2. “Wants” หรือความต้องการของเรา ซึ่งควรแบ่งเงินที่ได้รับออกมา 30% เพื่อใช้จ่ายสิ่งที่อาจไม่ได้จำเป็นมาก แต่เป็นการตอบสนองต้องการความต้องการของตัวเอง เช่น การช้อปปิ้ง การท่องเที่ยว หรือการไปคอนเสิร์ต เป็นต้น
  3. “Savings” หรือการเก็บเงิน ซึ่งควรเก็บเงินที่ได้รับ 20% ไปยังบัญชีออมทรัพย์ของคุณ การเก็บเงินลักษณะนี้จะสร้างความเคยชินให้คุณได้เก็บเงินอย่างสม่ำเสมอ

สูตรนี้ง่ายต่อการปรับใช้ เพราะไม่ต้องจดสิ่งเล็กๆน้อยๆ เพียงแค่แบ่งเงิน 3 ส่วนตามสัดส่วนที่กำหนดเท่านั้น อีกทั้งสูตรนี้ยังคำนวณง่าย ปฏิบัติตามง่าย และไม่ทำให้คุณเครียดจนเกินไป เพราะยังสามารถใช้จ่ายได้ตามใจชอบและยังคงเก็บเงินได้อีกด้วย

5.ชาเลนจ์ไต่ระดับเก็บเงินตามจำนวนวัน

วิธีเก็บเงิน

ชาเลนจ์นี้เป็นวิธีเก็บเงินให้ได้เยอะที่ได้รับความนิยมมากในช่วงปีที่ผ่านมา แนวคิดง่าย ๆ คือ วันที่ 1 เก็บ 1 บาท วันที่ 2 เก็บ 2 บาท วันที่ 3 เก็บ 3 บาท ไล่ไปเรื่อย ๆ จนถึงวันที่ 365 เก็บ 365 บาท เมื่อคำนวณรวมทั้งปี จะได้เงินเก็บเท่ากับ 66,795 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่ทำให้หลายคนตกใจ

ในความเป็นจริงแล้ว การเก็บเงินในช่วงสุดท้ายของปี (ประมาณวันที่ 300-365) จะต้องเก็บวันละ 300-365 บาท ซึ่งอาจเป็นจำนวนที่มากสำหรับบางคน หากคุณรู้สึกว่าวิธีนี้หนักเกินไป สามารถปรับเป็น “เก็บเงินตามจำนวนวัน” ได้ เช่น  วันที่ 1 เก็บ 10 บาท วันที่ 2 เก็บ 20 บาท ไล่ไปถึงวันที่ 30 เก็บ 300 บาท รวมทั้งเดือนจะได้ 4,650 บาท ซึ่งเป็นจำนวนที่น่าเก็บมากขึ้น

6. เก็บเงินจากแบงก์ 50

หลายคนมองข้ามวิธีนี้ แต่นี่เป็นหนึ่งในเทคนิคที่มีประสิทธิภาพมากที่สุด ทำไมแบงค์ 50 ถึงหายากและเหมาะกับการเก็บเงิน เพราะสาเหตุว่า ธนาคารปล่อยแบงค์ 50 น้อยกว่าแบงค์ 20 และ 100 มาก คนส่วนใหญ่จึงใช้แบงค์ 20, 100 มากกว่า ซึ่งหมายความว่า ถ้าเราเก็บแบงค์ 50 ไว้ทุกครั้งที่เห็น ก็ไม่กระทบต่อ “ความสะดวก” ในการใช้จ่ายเลย

กฎง่ายๆ คือ ทุกครั้งที่ได้แบงค์ 50 ให้เก็บไว้ (ใส่กระปุกหรือซองแยก) ห้ามใช้เด็ดขาดแม้แต่ครั้งเดียว หนึ่งเดือนอาจจะเก็บได้ 500 ถึง 2,000 บาท ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้แบงค์ 50 บ่อยแค่ไหน ข้อเด่นของวิธีนี้คือ ไม่เครียด เพราะไม่ต้องเก็บทุกวัน เพียงแค่เก็บเมื่อเห็นแบงค์ 50 เท่านั้น ไม่กระทบชีวิตประจำวัน เพราะแบงค์ 50 หายากอยู่แล้ว

7.เก็บเศษเหรียญก้นกระเป๋าหยอดใส่กระปุก

หลายคนมองข้ามความสำคัญของวิธีนี้ แต่จริง ๆ เศษเหรียญเล็ก ๆ น้อย ๆ สะสมกลายเป็นเงินหมื่นได้ ถ้าเราเก็บเหรียญทุกวัน วันละ 5-10 บาท คูณ 30 วัน จะได้ 150-300 บาทต่อเดือน ปีหนึ่งคิดแล้วได้ 1,800-3,600 บาท

สำหรับคนที่ไม่อยากให้ตัวเองเครียดกับการเก็บเงิน วิธีนี้เป็นตัวช่วยที่ดีเพราะไม่ต้องวางแผนหรือคำนวณซับซ้อน เพียงแค่เก็บเศษเหรียญที่ได้จากการเดินซื้อของตามปกติ เคล็ดลับสำหรับการเก็บเงินได้อย่างสม่ำเสมอ คือ เลือกกระปุกแบบโปร่งใส ให้เห็นเงินเพิ่มทีละนิด สิ่งนี้จะช่วยให้มีแรงจูงใจมากขึ้น ทุกครั้งที่เห็นเศษเหรียญเพิ่มขึ้นในกระปุก ความสุขก็เพิ่มขึ้นไปด้วย

8.ลงโทษตัวเองด้วยการเก็บเงิน

เงื่อนไขของวิธีนี้คือ ถ้าคุณใช้จ่ายเกินที่วางแผนไว้ ให้ “ลงโทษ” ตัวเองด้วยการเก็บเงิน ตัวอย่างเช่น สัปดาห์นี้ช้อปปิ้งเกินแผน 500 บาท ก็หยอดกระปุกเพิ่ม 500 บาท หลักการนี้จะทำให้ให้ เมื่อคุณรู้ว่า “จะต้องลงโทษ” สมองจึงจะคิดก่อนช้อปปิ้ง มีความระมัดระวังในการใช้จ่าย และหยุดยั้งตัวเองได้ทัน รวมถึงการเก็บเงินจากการลงโทษจะเพิ่มยอดเก็บเงินของคุณให้มากขึ้นกว่าปกติอีกด้วย

9.เคลียร์ตู้เย็นก่อนซื้อของสดหรืออาหารใหม่

เก็บตังค์

ค่าอาหารมักเป็น “รอยรั่ว” ที่ทำให้เก็บตังค์ไม่อยู่ การซื้ออาหารซ้ำซ้อน ลืมว่ามีอะไรในตู้เย็น ปล่อยให้ของอาหารเสีย ล้วนเป็นสิ่งที่ทำให้เราใช้จ่ายมากขึ้น การเคลียร์ตู้เย็นก่อนซื้อของสดหรืออาหารใหม่นั้นเรียบง่ายาย ไม่ต้องซื้ออุปกรณ์เพิ่มเติม เพียงแค่คุณถ่ายรูปสิ่งของในตู้เย็นเก็บไว้ในโทรศัพท์ เขียนโน้ตก่อนไปซื้อของว่ามีอะไรต้องซื้อบ้าง สำคัญเลยคือคุณต้องแน่ใจว่า “อาหารในตู้เย็นทานหมดแล้ว” ไม่งั้นห้ามซื้อ วิธีนี้จะช่วยให้คุณ ประหยัดและยังเป็นการลดขยะอาหารอีกด้วย

10.ทำอาหารกล่อง ลดการกินข้าวนอกบ้าน

ถ้าคุณเป็นคนกินข้าวนอกบ้านเกือบทุกวัน วิธีนี้จะช่วยให้คุณเก็บเงินได้มากขึ้นอย่างเห็นได้ชัด ลองคิดตัวอย่าง กินข้าวนอกบ้าน 3 มื้อ วันละ 60 บาท จะเป็น 180 บาท/วัน ต่อเดือน 20 วัน เสียเงินค่าอาหารไปแล้วอย่างน้อย 3,600 บาท

ตรงกันข้าม หากทำกับข้าวเอง 3 มื้อ มื้อละ 20 บาท จะเป็น 60 บาท/วัน ต่อเดือน 20 วัน คิดแล้ว 1,200 บาท ต่างจากซื้อข้าวนอกบ้านถึง 2,400 บาท/เดือน ข้อดีของวิธีนี้ นอกจากประหยัดเงินแล้ว การทำอาหารกินเองยังดีต่อสุขภาพ เพราะสามารถควบคุมส่วนประกอบอาหารได้อีกด้วย

11.หยุดคิด 48 ชั่วโมงก่อนตัดสินใจซื้อสิ่งของ

วิธีเก็บเงินให้อยู่

บางครั้งเมื่อเห็นโฆษณาตามโซเชียล หรือเห็นสินค้าตามกระแสโซเชียล ความรู้สึกอยากได้ของเราจะเพิ่มขึ้น จนสุดท้ายเราก็ซื้อสินค้าไปโดยไม่ได้พิจารณาถึงความต้องการ  

ดังนั้น วิธีเก็บเงินข้อนี้จึงเป็นให้เวลากับตัวเองก่อนตัดสินใจซื้อของบางอย่าง นั่นคือ “กฎ 48 ชั่วโมง” หากเราเห็นสินค้าแล้วเราเกิดอยากได้สินค้าชิ้นนั้น ให้เรานับไป 48 ชั่วโมง โดยระหว่างนั้นเราจะไม่นึกถึงสิ่งนั้น หลังจาก 48 ชั่วโมงแล้ว ให้กลับมาถามตัวเองใหม่ว่า ยังต้องการสินค้าตัวนั้นอยู่หรือไม่ ถ้ายังต้องการสินค้าชิ้นนั้นจริงๆ ให้ซื้อได้

12.ชาเลนจ์เก็บเงินสัปดาห์ละครั้งตามวันเกิด

วิธีนี้เหมาะสำหรับคนที่ไม่อยากเก็บเงินทุกวันให้รู้สึกเหนื่อย โดยตั้งกฎง่ายๆ ว่า “ถ้าคุณเกิดวันไหน ให้ล็อกวันนั้นของทุกสัปดาห์เป็นวันออมเงิน” เช่น ถ้าเกิดวันจันทร์ ทุกๆ วันจันทร์คุณต้องโอนเงินเข้าบัญชีเก็บออมทันที โดยอาจจะตั้งยอดเงินเป็นตัวเลขที่เกี่ยวข้องกับตัวเอง เช่น เกิดวันที่ 25 ก็ออมสัปดาห์ละ 250 บาท หรือเกิดเดือน 8 ก็ออมสัปดาห์ละ 80 บาท เป็นการสร้างวินัยสัปดาห์ละครั้งที่ทำง่ายและมีกิมมิกเฉพาะตัว

ข้อดีของการเก็บเงินลักษณะนี้ คือ นอกจากจะช่วยให้รู้สึกว่าการออมเป็นเรื่องส่วนตัวที่มีความหมายแล้ว ยังช่วยลดความน่าเบื่อของการออมเงินแบบเดิมๆ ได้ดีอีกด้วย

13.ยกเลิกการสมัครสมาชิก (Subscription) รายเดือนของบริการที่ไม่ได้ใช้งานจริง

ปัจจุบันการสมัครสมาชิกบริการรายเดือน หรือระบบ Subscription แทรกซึมอยู่ในไลฟ์สไตล์ของเราจนกลายเป็นเรื่องปกติ ไม่ว่าจะเป็นแอปพลิเคชันสตรีมมิ่งภาพยนตร์ เพลง หรือแม้แต่แอปพลิเคชันเพื่อความบันเทิงต่างๆ ซึ่งความน่ากลัวอยู่ตรงที่จำนวนเงินต่อบริการมักจะดูไม่เยอะ ทำให้เรามองข้ามและละเลยไป

ลองพิจารณาดูว่า ในแต่ละเดือนคุณสมัครสมาชิกอะไรบ้าง รวมเป็นเงินเท่าไหร่ แล้วพิจารณายกเลิกสมาชิกที่คุณไม่เคยใช้เลย ส่วนสมาชิกที่คุณยังต้องการอยู่ ลองพิจารณาปรับลดเป็นแพ็คเกจถูกลงได้หรือไม่ การตรวจสอบค่าสมาชิกอาจช่วยคุณประหยัดเงินได้มากทีเดียว

14.ชาเลนจ์เก็บเงินตามอายุ

ธีเก็บเงินแบบจริงจัง

การเก็บเงินแบบเดิมๆ อาจทำให้ใครหลายคนรู้สึกเบื่อหน่ายและหมดไฟได้ง่าย ลองเปลี่ยนมาสร้างกิมมิกสนุกๆ ให้กับการวางแผนการเงินด้วยการใช้ “ตัวเลขอายุ” ของเรา ณ ปัจจุบัน มาเป็นเกณฑ์และโจทย์ในการออมเงิน ซึ่งสามารถเลือกทำได้หลายแบบ เช่น เก็บเงินเป็นรายสัปดาห์ตามจำนวนอายุ (เช่น อายุ 25 ปี ก็เก็บสัปดาห์ละ 250 บาท) หรือเก็บเป็นเปอร์เซ็นต์ของรายได้ตามอายุ

วิธีนี้จะช่วยให้คุณรู้สึกสนุกและผูกพันกับการเติบโตของตัวเองในทุกๆปี ยิ่งเวลาผ่านไป ตัวเลขอายุเพิ่มขึ้น เม็ดเงินในบัญชีของคุณก็จะทวีคูณตามไปด้วย ช่วยเปลี่ยนความกังวลเรื่องตัวเลขวัยที่มากขึ้น ให้กลายเป็นความภูมิใจในความมั่งคั่งที่มีการวางแผนมาเป็นอย่างดีรองรับในทุกช่วงชีวิตครับ

15.ตั้งเป้าหมายเก็บเงินก้อนเล็ก

นี่คือ “Psychology of Success” หากคุณตั้งเป้าเก็บเงิน 1 ล้านบาท คุณอาจรู้สึกท้อแท้ตั้งแต่ 3 เดือนแรก และยอมแพ้ยอมแพ้ไปในที่สุด วิธีที่ดีกว่าคือ “ตั้งเป้าหมายเล็กๆ” ก่อน เช่น เก็บเงินหมื่นแรก จากนั้นเก็บเงินแสน ระหว่างนั้นก็มีดอกเบี้ยเล็กๆน้อยๆมาให้คุณชื่นใจ และ เมื่อเก็บเงินได้ล้านแรก คุณจะรู้สึกว่ามันไม่ไกลแล้ว

การฉลองแต่ละเป้าหมายสำคัญ เพราะจะช่วยให้คุณรู้สึกว่าเก็บเงินได้สำเร็จ เมื่อถึง 10,000 บาท ให้ฉลองเล็กๆ (โดยไม่ใช้เงินที่เก็บออมมา) เช่น การถ่ายรูป การเขียนไดอารี่การเงิน เป็นต้น

สนุกกับชาเลนจ์ “ออมฟินนิกซ์ คอยน์” (FINNIX Coin) ยิ่งมีวินัย ยิ่งได้เงินคืน

ชาเลนจ์เก็บเงินควบคู่ไปกับการบริหารจัดการหนี้ รู้หรือไม่ว่าในแอปฟินนิกซ์ (FINNIX) มีระบบ “เก็บคอยน์” ที่ช่วยให้คนมีวินัยทางการเงินได้รับผลประโยชน์กลับคืนมาอย่างคุ้มค่าที่สุด ยิ่งคุณตั้งใจทำภารกิจชำระสินเชื่อให้ตรงเวลา การสะสมคอยน์ในแอปก็เปรียบเสมือนการออมเงินรูปแบบใหม่ที่จะกลับมาช่วยลดค่าใช้จ่ายให้คุณในอนาคต ใครที่ยังไม่มีแอป สามารถดาวน์โหลดแอปฟินนิกซ์ (FINNIX) สินเชื่อถูกกฎหมาย อนุมัติไวสุดใน 5 วี ไม่ต้องใช้สลิปเงินเดือน สมัครได้ตลอด 24 ชั่วโมง คลิก ดาวน์โหลดเลย

(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ

เคาะแล้ว! คนละครึ่งพลัส 2569 ลงทะเบียนพ.ค.นี้! รับเงิน 4,000 บาท
การเงิน 13 พฤษภาคม 2569

เคาะแล้ว! คนละครึ่งพลัส 2569 ลงทะเบียนพ.ค.นี้! รับเงิน 4,000 บาท

มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจรอบใหม่ที่คนไทยรอคอย! รัฐบาลเคาะแล้วว่า "คนละครึ่งพลัส 2569" หรือในชื่อแพ็กเกจใหญ่ "ไทยช่วยไทยพลัส" จะเดินหน้าอย่างแน่นอน พร้อมอัปเกรดเงื่อนไขให้คุ้มกว่าเดิม ทั้งวงเงินที่สูงขึ้น
เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ปี 2569 ใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง
การเงิน 13 พฤษภาคม 2569

เช็กสิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ รอบใหม่ ปี 2569 ใครมีสิทธิ์ได้รับบ้าง

ในยุคที่ค่าครองชีพและราคาพลังงานพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือที่หลายคนรู้จักกันในชื่อ บัตรคนจน คือหนึ่งในเครื่องมือสำคัญที่รัฐบาลใช้ช่วยแบ่งเบาภาระให้ประชาชนที่มีรายได้น้อยทั่วปร
เช็คสิทธิประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชน ครบทุกมาตรา 33, 39, 40
การเงิน 29 เมษายน 2569

เช็คสิทธิประกันสังคมด้วยเลขบัตรประชาชน ครบทุกมาตรา 33, 39, 40

การเช็คสิทธิประกันสังคม เป็นเรื่องที่ผู้ประกันตนทุกคนควรทำเป็นประจำ เพราะสิทธิประโยชน์จากประกันสังคมครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล เงินทดแทนกรณีว่างงาน เงินสงเคราะห์บุตร ไปจนถึงกรณีเสียชีวิต บทความนี้จะพา

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

finnix-shape finnix-application
finnix-application
finnix application qr-code

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

download application finnix
ไอคอน PDPA

เราเก็บคุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เว็บไซต์ของคุณ ศึกษารายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า ได้ที่นี่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก