6 เทคนิคออมเงินอย่างฉลาด วางแผนเก็บไว้ใช้ได้ยาวๆ ปี 2569

ออมเงิน
19 มิถุนายน 2569

ปัญหาข้าวยากหมากแพงกลายเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องเผชิญ พฤติกรรมการใช้เงินในอดีตที่เคยจับจ่ายตามใจชอบอาจใช้ไม่ได้อีกต่อไป การออมกลายเป็นทักษะสำคัญในการเอาตัวรอดเพื่อให้รอดพ้นจากวิกฤตการณ์

บทความนี้จะพาทุกคนไปเจาะลึก 6 เทคนิคการออมเงินที่ทำได้จริงในชีวิตประจำวัน เพื่อช่วยกู้คืนสภาพคล่อง และสร้างเกราะกำบังทางการเงินที่แข็งแกร่งให้กับตัวคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

การออมเงิน

การออม หมายถึง การจัดสรรรายรับหรือส่วนของรายได้ในปัจจุบันที่เหลือจากการหักค่าใช้จ่ายในการอุปโภคบริโภคแล้ว นำมาเก็บสะสมไว้ทีละเล็กละน้อยเพื่อวัตถุประสงค์ในการเอาไว้ใช้จ่ายในอนาคต ลักษณะของการออมเงินที่ดีคือต้องทำอย่างต่อเนื่อง มีสม่ำเสมอ และมีการวางเป้าหมายที่ชัดเจน ไม่ว่าจะเป็นการออมเพื่อใช้ในยามฉุกเฉิน การออมเพื่อซื้อสินทรัพย์ หรือการออมเพื่อความมั่นคงหลังเกษียณอายุ

ความสำคัญของการออมเงิน

ความสำคัญของการออม คือ การสร้าง”ความรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย” คนที่มีเงินสำรองเลี้ยงชีพจะมีความเครียดและวิตกกังวลต่อความผันผวนของชีวิตน้อยกว่าผู้ที่ไม่มีเงินเก็บเลย นอกจากนี้ในแง่ของโครงสร้างชีวิต การออมเงินยังช่วยเพิ่มอำนาจในการตัดสินใจและการเลือกโอกาสที่ดีกว่าให้กับตนเอง เช่น มีทุนในการเปลี่ยนงาน มีเงินก้อนไปลงทุนต่อยอด หรือสามารถรับมือกับค่ารักษาพยาบาลยามเจ็บป่วยได้ เป็นต้น

หลักการออมเงินสากล 50/30/20

การออม

หากคุณรู้สึกว่าการทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายมันยุ่งยากเกินไปจนล้มเลิกไปหลายครั้ง ลองเปลี่ยนมาใช้สูตรการบริหารเงินที่เป็นระบบสากลและเข้าใจง่ายที่สุดอย่าง “กฎเหล็ก 50-30-20” หลักการนี้ คือการแบ่งรายได้ออกเป็น 3 ตะกร้าอย่างชัดเจน เพื่อให้คุณสามารถใช้ชีวิตได้อย่างมีความสุขไปพร้อมๆ กับการสร้างอนาคตทางการเงินที่มั่นคง โดยมีรายละเอียดดังนี้

  • 50% สำหรับความจำเป็นขั้นพื้นฐาน (Needs) เงินครึ่งหนึ่งของรายได้ทั้งหมด ต้องถูกจัดสรรไว้สำหรับสิ่งที่เป็น “ของจำเป็น” เพื่อการดำรงชีวิตจริง ๆ หากขาดสิ่งเหล่านี้ไปจะส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตทันที เช่น ค่าผ่อนบ้าน/ค่าเช่าห้อง ค่าผ่อนรถ ค่าน้ำ-ค่าไฟ-ค่าอินเทอร์เน็ต ค่าอาหารหลักในแต่ละวัน และยอดชำระหนี้ การควบคุมค่าใช้จ่ายส่วนนี้ไม่ให้เกิน 50% จะช่วยลดความตึงเครียดทางการเงินได้อย่างมาก
  • 30% สำหรับความต้องการส่วนตัวและไลฟ์สไตล์ (Wants) เงินส่วนนี้คือรางวัลชีวิตที่ช่วยให้เราขับเคลื่อนไปข้างหน้าได้อย่างไม่น่าเบื่อ เป็นสิ่งที่ “มีก็ดี ไม่มีก็ได้” ไม่ส่งผลต่อการรอดชีวิต แต่ส่งผลต่อความสุขทางใจ เช่น ค่าออกไปทานอาหารนอกบ้าน ค่าตั๋วคอนเสิร์ต ทริปท่องเที่ยวต่างจังหวัด รวมถึงการช้อปปิ้งเสื้อผ้าแฟชั่นและการสมัครบริการสตรีมมิ่ง (เช่น Netflix, Spotify) ข้อดีของสูตรนี้คือคุณสามารถใช้เงิน 30% นี้ได้เต็มที่โดยไม่ต้องรู้สึกผิด
  • 20% สำหรับเงินออมและการลงทุน เงินส่วนสำคัญที่สุดที่จะช่วยเปลี่ยนสถานะทางการเงินของคุณในอนาคต เป็นเงินที่คุณต้อง “หักดิบ” เก็บไว้ทันทีที่เงินเดือนออกก่อนที่จะนำไปใช้ในส่วนอื่นๆ

6 เทคนิคการออมเงิน ฉบับมนุษย์เงินเดือน

การออมเงิน

ทฤษฎี 50-30-20 อาจยังไม่พอหากขาด “ภาคปฏิบัติ” เพราะพฤติกรรมในชีวิตประจำวันคือตัวแปรสำคัญที่ทำให้แผนการเงินสำเร็จหรือล้มเหลว 6 เทคนิคกลยุทธ์ที่จะช่วยเปลี่ยนพฤติกรรมของคุณให้เป็นคนเงินออมหลั่งไหลเข้ามาอย่างเป็นธรรมชาติ โดยที่คุณไม่รู้สึกอึดอัดหรือทรมานตัวเองจนเกินไป

1. ตั้งเป้าหมายการออมให้ชัดเจน

การออมเงินแบบไม่มีจุดหมาย เปรียบเหมือนการขับรถไปเรื่อยๆ โดยไม่มีปักหมุด GPS สุดท้ายเงินนั้นก็มักจะถูกดึงไปใช้กับสิ่งอื่น ดังนั้นคุณควรตั้งเป้าหมายให้ชัดเจนและวัดผลได้ โดยแบ่งเป็นเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาว

ตัวอย่างการตั้งเป้าหมายการออม เช่น แทนที่จะตั้งเป้ากว้างๆ ว่า “อยากเก็บเงิน” ให้เปลี่ยนเป็น “ฉันจะเก็บเงินดาวน์รถยนต์จำนวน 100,000 บาท ให้ได้ภายในระยะเวลา 2 ปี” เป้าหมายที่จับต้องได้และมีกรอบเวลาชัดเจนเช่นนี้ จะสร้างแรงผลักดันและช่วยให้เราคำนวณได้ว่าต้องออมเงินเดือนละประมาณ 4,200 บาท ซึ่งทำให้แผนงานเป็นจริงได้ง่ายขึ้น

2. ออมก่อนใช้ ไม่ใช่ใช้เหลือแล้วค่อยออม

พฤติกรรมทางการเงินของคนส่วนใหญ่คือ “รายได้ – รายจ่าย = เงินออม” ซึ่งผลลัพธ์มักจะลงเอยด้วยการไม่มีเงินเหลือให้ออม

สมการที่ถูกต้องสำหรับผู้ที่ต้องการออมเงิน คือ “รายได้ – เงินออม = รายจ่าย” ทันทีที่เงินเดือนหรือรายได้โอนเข้าบัญชี ให้ทำการหักเงิน 10-20% แยกออกไปไว้อีกบัญชีหนึ่งทันที (บัญชีที่ไม่มีบัตรเอทีเอ็มและไม่มีแอปพลิเคชันบนมือถือยิ่งดี) แล้วจึงใช้จ่ายเฉพาะเงินส่วนที่เหลือ การทำเช่นนี้เป็นการบังคับตัวเองให้ปรับตัวเข้ากับวงเงินที่เหลืออยู่ และรับประกันว่าในแต่ละเดือนคุณจะมีเงินออมเพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน

3. เปิดบัญชีฝากประจำหรือออมทรัพย์ดอกเบี้ยสูง

ปัจจุบันมีบัญชีออมทรัพย์ดิจิทัล (Digital Banking) หลายธนาคารที่ให้ดอกเบี้ยสูงถึง 1.5% – 2% ต่อปี โดยไม่มีเงื่อนไขยุ่งยาก หรือคุณอาจเลือกเปิดบัญชี “ฝากประจำปลอดภาษี 24 เดือน” ที่ต้องฝากเงินจำนวนเท่ากันทุกๆ เดือน วิธีนี้ไม่เพียงแต่จะช่วยให้เงินออมเติบโตเร็วขึ้นจากพลังของดอกเบี้ยทบต้น แต่ยังเป็นการสร้างวินัยในการออมเงินที่เข้มงวดให้กับตนเองอีกด้วย

4. ใช้แอปพลิเคชันช่วยออมเงินอัตโนมัติ

ในยุคดิจิทัล เราไม่จำเป็นต้องพึ่งพาแค่พลังใจของตัวเองในการเก็บเงินเพียงอย่างเดียว การใช้เทคโนโลยีและระบบอัตโนมัติเข้ามาช่วยจัดการ จะช่วยลดโอกาสเกิด “ความยับยั้งชั่งใจต่ำ” ได้เป็นอย่างดี

สามารถทำได้โดยการตั้งค่าระบบ “โอนเงินอัตโนมัติ (Auto-Transfer)” ในแอปพลิเคชันธนาคารของคุณ ให้ตัดเงินจากบัญชีเงินเดือนไปยังบัญชีเงินออมในวันที่เงินเดือนออกโดยตรง หรือใช้ฟีเจอร์ช่วยออมเงินต่างๆที่แอปมีอยู่ วิธีนี้ช่วยให้เก็บเงินได้โดยไม่รู้ตัวและสม่ำเสมอ

5. ทำบัญชีรายรับ-รายจ่ายอย่างง่าย

ความสำคัญของการออม

การไม่รู้พฤติกรรมการใช้เงินของตัวเอง ทำให้เราไม่สามารถแก้ปัญหาเงินรั่วไหลได้ การบันทึกรายรับ-รายจ่ายจึงเป็นตัวช่วยให้คุณมองเห็นการใช้จ่ายของตนเองได้ชัดเจนมากขึ้น ซึ่งในปัจจุบันการทำรายรับ-รายจ่ายไม่ได้ยากอย่างที่คิด คุณสามารถใช้แอปพลิเคชันบันทึกเงินออมยอดนิยม เป็นตัวช่วยในการสรุปยอดใช้จ่าย

 สิ่งสำคัญคือการจัดหมวดหมู่รายจ่าย ให้เห็นชัดเจนว่าเงินหมดไปกับค่าอะไรมากที่สุด เช่น ค่ากิน, ค่าเดินทาง หรือค่าเสื้อผ้า เพื่อที่คุณจะได้อุดรอยรั่วในหมวดหมู่นั้นๆ ได้ตรงจุดในเดือนถัดไป

6. พกเงินสดจำกัด หรือตั้งวงเงินสแกนจ่ายรายวัน

ในยุคสังคมไร้เงินสด (Cashless Society) การสแกนจ่ายผ่าน QR Code ทำให้เราจ่ายเงินง่ายขึ้น จนบางครั้งไม่รู้สึกถึงเม็ดเงินที่สูญเสียไป การจำกัดวงเงินจึงเป็นเทคนิคในการควบคุมตนเองให้เก็บออมได้  เช่น ตั้งวงเงินการใช้จ่ายสูงสุดต่อวันในแอปพลิเคชันธนาคารไว้ หรือใช้วิธีเปิดบัญชีแยกไว้สำหรับ “ใช้จ่ายรายสัปดาห์” แล้วโอนเงินเข้าบัญชีนั้นในจำนวนที่จำกัด เช่น สัปดาห์ละ 2,000 บาท หากใช้เงินส่วนนี้หมดก่อนสิ้นสัปดาห์ คุณจะต้องบังคับตัวเองให้ประหยัด วิธีนี้ช่วยป้องกันไม่ให้เราเผลอใช้เงินล่วงหน้าจนกระทบกับเงินออม

คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการออมเงิน

1. ควรแยกบัญชีเงินออมอย่างไรดี?

เพื่อป้องกันการสับสนและการดึงเงินออมมาใช้จ่ายโดยไม่รู้ตัว ควรแบ่งบัญชีออกเป็นอย่างน้อย 3 บัญชีหลักตามวัตถุประสงค์ ได้แก่

  1. บัญชีเพื่อใช้จ่ายและฉุกเฉินระยะสั้น มีสภาพคล่องสูง ถอนง่าย (ควรมีเงินสำรอง 3-6 เท่าของค่าใช้จ่ายรายเดือน)
  2. บัญชีเพื่อเป้าหมายระยะกลาง เช่น ทุนการศึกษา เงินดาวน์บ้าน/รถ หรือ เงินท่องเที่ยวประจำปี
  3. บัญชีการออมระยะยาว บัญชีออมเงินสำหรับวางแผนเกษียณ

2. ออมเงินแบบไหนดีที่สุดสำหรับมือใหม่?

สำหรับมือใหม่ วิธีการออมเงินแบบง่ายๆ คือ “การออมเงินผ่านบัญชีเงินฝากดิจิทัลดอกเบี้ยสูง” ควบคู่ไปกับการตั้งหักเงินออมอัตโนมัติ เนื่องจากมีความเสี่ยงต่ำมาก เงินต้นไม่สูญหาย และเห็นตัวเลขดอกเบี้ยเติบโตอย่างชัดเจน ช่วยสร้างกำลังใจในการออมช่วงเริ่มต้นได้เป็นอย่างดี เมื่อเริ่มมีเงินก้อนและมีความรู้เพิ่มขึ้น จึงค่อยขยับขยายไปสู่การลงทุนประเภทอื่นๆ ต่อไป

หมุนเงินไม่ทันในวันฉุกเฉิน? ให้แอป FINNIX ช่วยดูแลสภาพคล่องอย่างปลอดภัย

แม้ว่าเราจะมีความตั้งใจและมีการวางแผนการออมเงินที่ดีเยี่ยมเพียงใด แต่จังหวะชีวิตของคนเราบางครั้งก็อาจเจอกับเหตุการณ์ไม่คาดฝันที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน FINNIX (ฟินนิกซ์) แอปกู้เงินถูกกฎหมาย บริการเงินกู้ด่วนตลอด 24 ชั่วโมง อนุมัติไวสุดใน 5 วิ เลือกวงเงินและแผนจ่ายคืนได้ตามใจ ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย คลิก ดาวน์โหลดเลย

(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)

แท็กที่เกี่ยวข้อง:

ข่าวสารอื่นๆ ที่น่าสนใจ

18 อาชีพหารายได้เสริม 2026 ลงทุนน้อย ทำได้จริงหลังเลิกงาน
เงินงอกเงย 16 มิถุนายน 2569

18 อาชีพหารายได้เสริม 2026 ลงทุนน้อย ทำได้จริงหลังเลิกงาน

ปัจจุบันค่าครองชีพและอัตราเงินเฟ้อขยับตัวสูงขึ้น การพึ่งพาช่องทางรายได้จากงานประจำเพียงช่องทางเดียวอาจกลายเป็นความเสี่ยงทางการเงินที่หลายคนคาดไม่ถึง ไม่ว่าคุณจะเป็นพนักงานประจำ ฟรีแลนซ์ หรือกลุ่มคนรุ่
ตั้งเป้าให้เป็นจริงได้ด้วย SMART Goal เพื่อคนทำมาหากิน
เงินงอกเงย 7 พฤษภาคม 2566

ตั้งเป้าให้เป็นจริงได้ด้วย SMART Goal เพื่อคนทำมาหากิน

ในโลกปัจจุบันที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว การตั้งเป้าหมายที่เหมาะสมได้กลายเป็นทักษะที่จำเป็นสำหรับทุกคน เพราะถ้าเรามีแค่ความฝันแต่ไม่รู้วิธีที่จะไปถึง มันก็ไม่มีประโยชน์เลย โดยเฉพาะกับคนทำมาหากิน อย่างพ่อค้า
7 เทคนิค ขายของบนติ๊กต็อก ยังไงให้ปัง
เงินงอกเงย 4 พฤษภาคม 2566

7 เทคนิค ขายของบนติ๊กต็อก ยังไงให้ปัง

ในยุคของโซเชียลมีเดีย ติ๊กต็อก (TikTok) ได้กลายเป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มยอดนิยมสำหรับขายของในการโปรโมตสินค้าและเข้าถึงลูกค้าใหม่ๆ เพื่อนๆ รู้ไหมว่า ติ๊กต็อกมีผู้ใช้กว่าพันล้านคน ทำให้ติ๊กต็อกกลายเป็นช่องท

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว
ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

finnix-shape finnix-application
finnix-application
finnix application qr-code

โหลดแอปเลย

กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี

download application finnix
ไอคอน PDPA

เราเก็บคุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพการใช้เว็บไซต์ของคุณ ศึกษารายละเอียด นโยบายความเป็นส่วนตัว และ ตั้งค่า ได้ที่นี่

ตั้งค่าความเป็นส่วนตัว

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

ยอมรับทั้งหมด
จัดการความเป็นส่วนตัว
  • คุกกี้ที่จำเป็น
    เปิดใช้งานตลอด

    ประเภทของคุกกี้มีความจำเป็นสำหรับการทำงานของเว็บไซต์ เพื่อให้คุณสามารถใช้ได้อย่างเป็นปกติ และเข้าชมเว็บไซต์ คุณไม่สามารถปิดการทำงานของคุกกี้นี้ในระบบเว็บไซต์ของเราได้

  • คุกกี้เพื่อการวิเคราะห์

    คุกกี้ประเภทนี้จะทำการเก็บข้อมูลการใช้งานเว็บไซต์ของคุณเพื่อเป็นประโยชน์ในการวัดผล ปรับปรุง และพัฒนาประสบการณ์ที่ดีในการใช้งานเว็บไซต์ ถ้าหากท่านไม่ยินยอมให้เราใช้คุกกี้นี้เราจะไม่สามารถวัดผล ปรับปรุงและพัฒนาเว็บไซต์ได้

  • คุกกี้เพื่อปรับเนื้อหาให้เข้ากับกลุ่มเป้าหมาย

    คุกกี้ประเภทนี้จะเก็บข้อมูลต่าง ๆ รวมทั้งข้อมูลส่วนบุคคลเกี่ยวกับตัวคุณเพื่อเราสามารถนำมาวิเคราะห์ และนำเสนอเนื้อหาให้ตรงกับความเหมาะสมกับความสนใจของคุณ ถ้าหากคุณไม่ยินยอมเราจะไม่สามารถนำเสนอเนื้อหาและโฆษณาได้ไม่ตรงกับความสนใจของคุณ

บันทึก