ในกระบวนการพิจารณาสินเชื่อ เอกสารที่ถูกขอเกือบทุกกรณีคือ “Bank Statement (สเตทเม้น)” ซึ่งใช้ยืนยันกระแสเงินสดและความน่าเชื่อถือทางการเงินของผู้ยื่นขอ แต่หลายคนอาจยังไม่รู้ถึงวิธีขอสเตทเม้นและลักษณะสเตทเม้นที่ดีควรเป็นอย่างไร
บทความนี้ แอปฟินนิกซ์ (FINNIX) มาตอบข้อสงสัยให้ เริ่มตั้งแต่อธิบายความหมาย บทบาทของสเตทเม้นต่อการอนุมัติสินเชื่อ และสรุปวิธีขอสเตทเม้นออนไลน์แบบอัปเดตปี 2569 ทำได้ง่าย ได้เอกสารไว และรักษาความปลอดภัยของข้อมูลตามขั้นตอนมาตรฐาน
สเตทเม้น (Bank Statement) คืออะไร?
Bank Statement คือ เอกสารอย่างเป็นทางการที่ธนาคารออกให้กับผู้ยื่นขอ เอกสารนี้แสดงถึง “รายการเคลื่อนไหวของบัญชี” ทั้งเงินเข้า–ออก ยอดคงเหลือ และช่วงเวลาที่อ้างอิง ซึ่งใช้ประกอบธุรกรรมสำคัญ เช่น ขอสินเชื่อ สมัครบัตรเครดิต หรือจัดทำบัญชีธุรกิจส่วนบุคคลหรือบัญชีนิติบุคคล
Statement แตกต่างจากรายการเดินบัญชีไหม
ในทางปฏิบัติ “Statement” ไม่ต่างกับ “รายการเดินบัญชี” เอกสารชุดเดียวกันที่สรุปรายการเงินเข้า–ออกตามลำดับเวลา เพื่อยืนยันความเคลื่อนไหวของบัญชีในช่วงเวลาหนึ่งๆ
ทำไม “สเตทเม้น” สำคัญต่อการขอสินเชื่อ
1. ใช้ประเมินรายได้และความสม่ำเสมอ
ธนาคารใช้สเตทเม้นเพื่อตรวจสอบ “รายได้จริง” และความต่อเนื่องของกระแสเงินเข้า โดยมาตรฐานที่พบได้บ่อยคือขอดูย้อนหลัง 3–6 เดือน (และอาจขยายเป็น 12 เดือน สำหรับผู้มีรายได้ผันผวนหรือผู้ประกอบการ) เพื่อเฉลี่ยรายได้ ประเมินแนวโน้ม และยืนยันว่าไม่ใช่ยอดเงินก้อนชั่วคราวก่อนยื่นกู้
2. สะท้อนพฤติกรรมทางการเงิน
นอกจากยอดเงินเข้า–ออก สถาบันการเงินจะพิจารณา “คุณภาพของกระแสเงินสด” เช่น ความสม่ำเสมอของรายได้ รูปแบบการใช้จ่าย ยอดคงเหลือปลายเดือน และการถอนโอนที่ผิดปกติ เพื่อประเมินวินัยทางการเงินและความเสี่ยงในการชำระหนี้ในอนาคต ข้อมูลเหล่านี้ช่วยให้เห็นพฤติกรรมจริง มากกว่าตัวเลขรายได้บนเอกสารรับรองเพียงอย่างเดียว
3. เช็คความโปร่งใสของธุรกรรม
เจ้าหน้าที่สินเชื่อจะตรวจสอบ “ที่มาของเงินเข้า” ว่ามาจากแหล่งที่เชื่อถือได้ (เช่น โอนจากบริษัท/ลูกค้าประจำ มีคำอธิบายรายการสอดคล้องกับลักษณะงาน) พร้อมคัดกรองธุรกรรมผิดปกติหรือความเคลื่อนไหวที่ไม่สมเหตุสมผล สเตทเม้นที่แสดงที่มาอย่างชัดเจนและสม่ำเสมอ ช่วยยืนยันความโปร่งใสและเพิ่มความน่าเชื่อถือของผู้ยื่นขอสินเชื่อได้อย่างมีนัยสำคัญ
อ่านบทความเพิ่มเติม อยากยืมเงินด่วน 3000 เงินฉุกเฉิน 5000 ทำยังไง? กู้ที่ไหนดีบ้าง?
Statement มีกี่ประเภท? เลือกแบบไหนดีสำหรับยื่นกู้

1. สเตทเม้นฉบับทางการจากธนาคาร (Official Statement)
เอกสารที่ออกโดยธนาคารพร้อมตราประทับหรือลายเซ็นเจ้าหน้าที่ ใช้สำหรับยื่นราชการ สถานทูต หรือขอสินเชื่อ โดยจะระบุชื่อบัญชี เลขที่บัญชี และข้อมูลธุรกรรมที่จำเป็น เช่น รายการเงินเข้า–ออกในรอบระยะเวลาที่ร้องขอ
2. รายการเดินบัญชีแบบมีรายละเอียด (Information Statement)
เป็นสเตทเม้นที่แสดงรายละเอียดการทำธุรกรรมทุกอย่าง เช่น วันที่ รายละเอียดรายการ เงินเข้า–ออก และยอดคงเหลือ โดยผู้ใช้สามารถดาวน์โหลดได้เองจากแอปธนาคาร (Mobile Banking) หรืออินเทอร์เน็ตแบงก์กิ้ง (Internet Banking) เหมาะสำหรับการตรวจความเคลื่อนไหวของบัญชี, ใช้ประกอบเอกสารทั่วไป หรือใช้ในงานด้านบัญชีของธุรกิจ
3. รายการเดินบัญชีแบบสรุป (Non-detail Statement)
ธนาคารบางแห่งออกสเตทเม้นแบบ “มีเฉพาะยอดรวม” หรือ “ไม่แสดงรายละเอียดของรายการ” ใช้สำหรับงานที่ไม่ต้องการตรวจสอบทุกธุรกรรม เช่น ขอยืนยันยอดเงินหรือยอดคงเหลือที่เป็นทางการ
4. บริการรับ-ส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากในรูปแบบดิจิทัล (dStatement)
dStatement (Digital Bank Statement) คือ บริการรับ-ส่งข้อมูลรายการเคลื่อนไหวบัญชีเงินฝากในรูปแบบดิจิทัลโดยตรงระหว่างสถาบันการเงิน จากแพลตฟอร์มแอป NDID ช่วยให้ผู้ใช้งานสามารถขอรายการเดินบัญชีจากธนาคารหนึ่งเพื่อส่งไปยังอีกธนาคารหนึ่งได้โดยตรง เพื่อความสะดวกรวดเร็ว ปลอดภัยจากการปลอมแปลงเอกสาร และประหยัดเวลากว่าการใช้เอกสารกระดาษ
อ่านบทความเพิ่มเติม วิธีการกู้เงินออนไลน์ เตรียมพร้อมและขอกู้ได้อย่างรวดเร็ว
สเตทเม้น 3 เดือน 6 เดือน หรือ 12 เดือน ต้องใช้แบบไหน?
ระยะเวลาของสเตทเม้นที่ต้องใช้จะขึ้นอยู่กับประเภทของสินเชื่อและลักษณะรายได้ของผู้ขอสินเชื่อเป็นหลัก สำหรับผู้มีรายได้ประจำ เช่น พนักงานบริษัท สถาบันการเงินมักต้องการสเตทเม้นย้อนหลัง 3–6 เดือน เพื่อยืนยันรายได้รายเดือนที่สม่ำเสมอและตรวจความเคลื่อนไหวของบัญชีโดยรวม
ในขณะที่ผู้ประกอบอาชีพอิสระ ฟรีแลนซ์ หรือเจ้าของกิจการ มักถูกขอ 6–12 เดือน เนื่องจากรายได้มีความผันผวนมากกว่า ทำให้ต้องใช้ข้อมูลย้อนหลังที่ยาวขึ้นเพื่อประเมินรายได้เฉลี่ย พฤติกรรมการใช้เงิน และความสามารถในการชำระหนี้ได้อย่างรอบด้านมากขึ้น
วิธีขอสเตทเม้นของทุกธนาคารแบบออนไลน์ (อัปเดตปี 2569)

ปัจจุบัน หลายธนาคารรองรับสเตทเม้นอิเล็กทรอนิกส์ (e-Statement) จากแอปบนมือถือแล้ว ซึ่งสามารถเลือกช่วงเวลาได้ด้วยตนเอง ซึ่งส่วนมากจะข้อมูลจะอยู่ที่ 3-12 เดือน เมื่อเลือกช่วงเวลาที่ต้องการขอข้อมูลแล้ว แอปธนาคารจะส่งเป็นไฟล์ PDF ไปยังอีเมลที่ลงทะเบียน ใช้งานรวดเร็ว ปลอดภัย เหมาะกับการแนบประกอบคำขอสินเชื่อออนไลน์
วิธีขอสเตทเม้นกรุงไทยจากแอป Krungthai NEXT
วิธีขอสเตทเม้นจากธนาคารกรุงไทย จากแอป Krungthai NEXT เริ่มจาก Krungthai NEXT → เลือกบัญชี → เมนูบริการ/คำขอเอกสาร → กดปุ่ม “Statement” → เลือกช่วงเวลาและอีเมล ระบบส่งไฟล์ PDF อัตโนมัติ (ไม่มีค่าธรรมเนียมสำหรับ e‑Statement)
วิธีขอสเตทเม้นกสิกรจากแอป K PLUS
ขอ Information Statement บน K PLUS ได้ฟรี โดยเข้าไปที่แอป K Plus → เลือก“ธุรกรรม” → คลิกเลือก “Statement” → ติ๊กข้อมูลช่องทางการรับเอกสารและเดือนที่ต้องการขอสเตทเม้น หลังจากนั้นคลิก “ส่งคำขอ” เป็นอันเสร็จกระบวนการ เมื่อทำรายการเสร็จ ข้อมูลที่ขอจะส่งไปยังช่องทางที่เลือกไว้
วิธีขอสเตทเม้นไทยพาณิชย์จากแอป SCB EASY
วิธีขอสเตทเม้นจาก SCB เริ่มจาก เข้าแอป SCB EASY → เลือกเมนู “หน้ารวมบัญชี” → เลือกบัญชีที่ต้องการขอรายการเดินบัญชี → เลือก “บริการอื่นๆ” → เลือก “ขอรายการเดินบัญชี” → เลือกช่วงเวลา (รองรับย้อนหลัง สูงสุด 12 เดือน แบบ e‑Statement) → กด “ส่งคำขอ” เมื่อเสร็จสิ้นกระบวนการ สเตทเม้นที่ขอจะถูกส่งไปยังอีเมล์ที่ระบุไว้
วิธีขอสเตทเม้นกรุงศรีจากแอป KMA
เริ่มจากเปิด Krungsri App → ไปที่ “บัญชีของฉัน” → เลือกบัญชีที่ต้องการขอสเตทเม้น และกด “ขอ Statement” → เลือกช่วงเวลาที่จะขอข้อมูล → กด “ส่งคำขอ”
วิธีขอสเตทเม้นออมสินจากแอป MyMo
วิธีขอสเตทเม้นจากธนาคารออมสิน เริ่มจาก เข้าแอป MyMo → กดเมนู “บัญชี” → เลือกบัญชีที่ต้องการขอสเตทเม้น → เลือก “รายการเดินบัญชี” → เลือกช่วงเวลา/ภาษา → กด “ส่งคำขอ” → ระบบส่งเอกสาร (โดยทั่วไปฟรีสำหรับ e‑Statement และรองรับช่วงเวลาสูงสุด 6 เดือนย้อนหลัง)
วิธีขอสเตทเม้น ธ.ก.ส. จากแอป A-Mobile
เริ่มจาก เปิดแอป BAAC Mobile → เลือกเมนู “บัญชี” → เลือกบัญชีที่ต้องการ → กดปุ่ม “บริการอื่นๆ” → เลือก “ขอรายการเดินบัญชี” → เลือกช่วงเวลา (ข้อมูลทางแอประบุว่าสามารถขอย้อนหลังได้สูงสุดราว 12 เดือน ต่อคำขอ) → ระบบจะส่งไฟล์ Statement ในรูปแบบ PDF ไปยังอีเมลที่ลงทะเบียนไว้กับธนาคาร
วิธีขอสเตทเม้นทีทีบีจากแอป TTB Touch
สมัครรับ e‑Statement ฟรีจาก TTB Touch โดยการเข้าไปที่ “บัญชี” → เลือกบัญชีที่ต้องการขอข้อมูล → เลือก “อื่นๆ” → เลือก “รายการเดินบัญชี” → กรอกข้อมูล → เลือก “ออกเอกสาร”
ลักษณะสเตทเม้นที่ดี

- รายได้เข้าประจำ ตรงเวลา สม่ำเสมอ และแหล่งที่มาชัดเจน
- มีเงินคงเหลือปลายเดือนต่อเนื่อง
- ไม่มีรายการตีกลับ/เช็คเด้ง และรายการผิดปกติ
- ไม่ถอนจนเหลือศูนย์ทุกสิ้นเดือน มีเงินคงเหลือสม่ำเสมอ
- ใช้บัญชีหลักเพียง 1–2 บัญชี เพื่อง่ายต่อการตรวจสอบ
วิธีอ่านสเตทเม้นแบบง่ายๆ สำหรับมือใหม่
- ยอดเข้า–ออก : ยอดเงินเข้า (เครดิต) และยอดเงินออก (เดบิต) ต่อรายการ
- รายการตัดยอดอัตโนมัติ : ค่าธรรมเนียม ดอกเบี้ย ตัดชำระบัตร/สินเชื่อ
- สิ่งที่สถาบันการเงินตรวจสอบ : ความถี่เงินเดือน/ยอดขายเข้า, ยอดจ่ายคงที่, ยอดคงเหลือปลายเดือน, และรายการผิดปกติที่เกิดซ้ำๆ
ไม่มีสเตทเม้น ยื่นกู้กับ FINNIX ได้ไหม?
การยื่นกู้เงินกับแอปฟินนิกซ์ (FINNIX) ไม่จำเป็นต้องมีสเตทเม้น เพราะ ระบบของ FINNIXเป็น Digital Lending เต็มรูปแบบ ที่สามารถตรวจสอบข้อมูลรายได้และพฤติกรรมทางการเงินจากข้อมูลดิจิทัลที่ผู้ใช้ยินยอมให้เข้าถึงได้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ทำให้ไม่ต้องเตรียมเอกสารจำนวนมากเหมือนการยื่นกู้แบบดั้งเดิม ลดความยุ่งยากและช่วยให้รู้ผลอนุมัติได้ไวกว่าเดิม
(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)
คำถามที่พบบ่อย
1. ขอสเตทเม้นออนไลน์ ปลอดภัยไหม?
ปลอดภัยและรวดเร็ว โดยเฉพาะ dStatement ที่ส่งข้อมูลระหว่างธนาคารโดยตรง ลดความเสี่ยงเอกสารปลอม/ตกหล่น
2. สเตทเม้นจากตู้ ATM ใช้ยื่นกู้ได้หรือไม่?
บางหน่วยงานรับเฉพาะ e‑Statement/dStatement หรือฉบับประทับตราสาขา โปรดตรวจสอบข้อกำหนดก่อนยื่นเอกสาร
3. ใช้สเตทเม้นบัญชีพร้อมเพย์แทนได้ไหม?
สเตทเม้นอ้างอิงจาก บัญชีเงินฝาก ไม่ใช่หมายเลขพร้อมเพย์ ทั้งนี้การโอนจากพร้อมเพย์จะปรากฏในรายการเดินบัญชีอยู่แล้ว
4. ใช้สเตทเม้นหลายบัญชีรวมกันได้หรือไม่?
ได้ หากหน่วยงานปลายทางอนุญาต (เช่น ฟรีแลนซ์ที่มีหลายบัญชี) แต่ควรรวมหลักฐานรายได้หลักให้ชัดเจน
5. สเตทเม้นได้วันละกี่ครั้ง?
ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขของธนาคารนั้นๆ เช่น Krungsri App ระบุว่าขอได้สูงสุด 3 ครั้ง/วัน/บัญชี
6. เครดิตเงินคืน (Last Statement Cashback) คืออะไร? เกี่ยวกับสเตทเม้นไหม?
Last statement cashback คือ “เครดิตเงินคืน” ที่ถูกบันทึกและหักลดยอดในรอบบิลล่าสุดของบัตรเครดิต เป็นสิทธิประโยชน์จากการใช้จ่าย ไม่ใช่เอกสารสเตทเม้นแสดงรายได้หรือรายจ่าย แต่จะแสดงรายการเครดิตเงินคืนในสเตทเม้นของบัตรเครดิต (ไฟล์ใบแจ้งหนี้) ของรอบนั้นๆ
7. ขอสเตทเม้นปลอมได้ไหม? ทำไมอันตรายมาก?
การปลอมแปลงเอกสารธนาคารเป็นสิ่งที่ผิดกฎหมาย เสี่ยงถูกดำเนินคดีอาญา, ถูกปฏิเสธสินเชื่อ, และถูกขึ้นบัญชีเฝ้าระวังในระบบการเงิน ควรหลีกเลี่ยงช่องทางผิดกฎหมายทุกกรณี
(กู้เท่าที่จำเป็นและชำระคืนไหว | ดอกเบี้ย 33% ต่อปี)
